กมธ.ปปช.สอบตั้งกรรมการและอนุกรรมการ รับเบี้ยประชุม สั่งเลิกสภาพหลายคณะ ขอสำเนาลงเลขคำสั่ง"ผอ.สำนักบริหารงานกลาง"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบการการทุจริต ประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานกมธ. ได้เรียกเจ้าหน้าที่รัฐสภาในหน่วยงานสำนักงานบริหารงานกลาง นำโดยนางจันทร์เพ็ญ อานามวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ตรวจสอบรายละเอียดที่มีผู้ร้องเรียนว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรใช้งบประมาณไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมกรรมการและอนุกรรมการที่ตั้งโดยคำสั่งผู้บริหารระดับสูงของสภาผู้แทนราษฎร
นางจันทร์เพ็ญ ชี้แจงว่า ตามคำสั่งตั้งกรรมการและอนุกรรมการ ตามที่มีข้อมูล ส่วนของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ มีจำนวนรวม 64 คน แบ่งเป็น ปี2554 มีจำนวน14คณะ, ปี2555 มีจำนวน 26 คณะ และปี 2556 มีจำนวน 26 คณะ ขณะที่คำสั่งแต่งตั้งโดยนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาฯสภา มีรวม 35 คณะ แบ่งเป็น ปี2555 หลังการเข้ารับตำแหน่ง จำนวน 6 คณะ และปี2556 จำนวน 29 คณะ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการและอนุกรรมการฯ ที่คงสภาพตามคำสั่ง ล่าสุดมี 68 คณะ แบ่งเป็นตามคำสั่งประธานสภาฯ 46 คำสั่ง และของเลขาฯสภาฯ จำนวน 22 คณะ ส่วนการเบิกเบี้ยเลี้ยงการประชุมเป็นไปตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการซึ่งเอกสารเบิก-จ่ายสำนักการคลังและงบประมาณเป็นผู้ดูแล
ขณะที่กรรมาธิการ ได้ซักถามในข้อเท็จจริงของการเบิกเบี้ยประชุมแบบไม่จำกัดและความไม่เหมาะสมของการตั้งอนุกรรมการทำงานซึ่งไม่เกี่ยวกับกิจการรัฐสภา โดยพล.ต.ท.วิโรจน์ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการที่ผ่านมาพบว่ามีการตั้งให้ทำงานที่ไม่เกี่ยวกับกิจการรัฐสภา เช่น อนุกรรมการเงาะ, อนุกรรมการดูเรื่องลำไย นอกจากนั้นตนทราบว่า 1-2 วันที่ผ่านมามีการยกเลิกอนุกรรมการหลายชุดโดยไม่มีเหตุผล ดังนั้นตนขอสำเนาสมุดลงเลขคำสั่งการตั้งกรรมการและอนุกรรมการฯ ด้วย ซึ่งนางจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า ต้องขออนุญาตจากนายสุวิจักขณ์ก่อนในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ อีกทั้งเอกสารทุกอย่างรวมถึงจะมาร่วมประชุมชี้แจงกับกมธ.ปปช. ต้องขออนุญาตจากนายสุวิจักขณ์ทุกครั้ง
ด้านนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานที่ปรึกษากมธ. กล่าวว่าตนเคยขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับนายสุวิจักขณ์ โดยนายสุวิจักขณ์รับปากว่าจะให้ แต่มาจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการส่งเอกสารมา ดังนั้นในสัปดาห์หน้าจะเชิญนายสุวิจักขณ์มาชี้แจง หากไม่มาจะใช้อำนาจตามพ.ร.บ.คำสั่งเรียกทันที
นายวิลาศ เปิดเผยเพิ่มเติมว่าตั้งแต่ที่กมธ.ปปช.สอบสวนเรื่องดังกล่าว นายสุวิจักขณ์ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับตน รับปากว่าจะมาชี้แจงและให้เอกสาร ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าอาจจะเป็นเหมือนคนที่พูดว่าหากตกลงกับตนได้เรื่องจะจบ แต่ตนไม่ยอม นอกจากนั้นแล้วทราบวาามีคำสั่งทางวาจาจากผู้บริหารใหญ่ในสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ห้ามให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการตรวจสอบของกมธ.ปปช. เพราะเรื่องดังกล่าวถือยังอยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ตนเห็นว่ามีเจตนาไม่ชอบอีกทั้งที่ผ่านมาตนเปิดให้สื่อฯ รับฟังทุกครั้งและหากมีข่าวออกไปแล้วไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สำนักงานเลขาฯ สภาฯ สามารถฟ้องร้องได้





