วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาป่วน!เชิญส.ส.ปชป.-สว.จันทบุรีออกนอกห้อง

บรรยากาศประชุมสภาช่วงเย็นป่วน "นิคม"เชิญส.ส.ปชป.-ส.ว.จันทบุรี ออกนอกห้องประชุม เหตุโต้เถียงไม่จบ

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราว่าด้วยที่มาของส.ว. ได้เกิดเหตุวุ่นวายจนถึงขั้นที่นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต้องสั่งให้ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ว.สายเลือกตั้งออกจากห้องประชุม โดยเริ่มจากกรณีที่นายสุชิน เอ่งฉ้วน ส.ส. กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่าหากให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เชื่อว่าจะวิ่งเข้าหาพรรคการเมือง ซึ่งขอตั้งข้อสังเกตว่าหากได้ส.ว.เพิ่มขึ้นมาอีก 50 คน แต่ละคนได้รับเงินเดือนคนละ 2.4 แสนบาท จะรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12 ล้านบาทต่อเดือน และหากอยู่ในวาระ จำนวน 6 ปีต้องใช้งบประมาณถึง 864 ล้านบาท ซึ่งส.ว.ที่เข้ามาจะทำหน้าที่ที่ดีจริงหรือ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าระบบการเลือกตั้งเมืองไทยมีการใช้เงินซื้อเสียง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น, ส.ส.และ ส.ว. ดังนั้นการเลือกตั้งส.ว. 200คน ส่วนหนึ่งต้องใช้เงินซื้อเสียง

"ผู้ใหญ่หลายคนมาเล่าให้ตนฟังว่า ประเทศไทยสามารถซื้อได้ใช้เงินประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท การแก้ไขที่มาของส.ว.ครั้งนี้เป็นกุญแจดอกแรกในการซื้อประเทศไทย ให้ส.ว.คนละ 100 ล้านบาท โดยให้ไปก่อนเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งเสร็จแล้วมารับ โดยทุ่มเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทก็ได้ส.ว. 120 คนก็ได้เสียงข้างมาก ต่อมาก็เอาคนเหล้านี้มาแต่งตั้งองค์กรอิสระ จากนั้นลงทุนอีก 3 หมื่นล้านบาทซื้อ ส.ส. 300 คน"นายสุชิน อภิปราย

เมื่ออภิปรายถึงประเด็นดังกล่าว นายมงคล ศรีกำแหง ส.ว.จันทบุรี ลุกประท้วงว่าการใช้เงินซื้อเสียงจำนวนที่ว่า เป็นสิ่งที่เพ้อเจ้อ เลอะเทอะ ตนมองว่าควรเอาความจริงมาพูดกันดีกว่า กรณีที่บอกว่าพรรคการเมืองมาซื้อเสียง ส.ส, ส.ว. ตนขอบอกว่าไม่ได้ซื้อง่ายๆ ทำให้สส.พรรคประชาธิปัตย์ลุกประท้วงและขอให้ถอนคำพูดประเด็นว่าเพ้อเจ้อ ทำให้นายมงคล กล่าวย้ำว่าอภิปรายแบบนั้นทำให้ส.ว.เสียหาย เพราะส.ว.ล้วนเป็นผู้มีวุฒิภาวะ จะมาพูดแบบนี้ไม่ได้

ทำให้นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ลุกประท้วงว่าเหตุที่นายมงคลมีพฤติกรรมนี้ แสดงว่ามีความเป็นทาสชัดเจน นายนิคมได้พยายามตัดบทและให้นายมงคลและนายกุลเดชถอนคำพูด แต่บุคคลทั้งสองยังยืนยันไม่ถอน ทำให้นายนิคมกล่าวว่าขอเชิญนายมงคลและนายกุลเดชออกไปข้างนอกห้องประชุม แต่ได้รับการทักท้วงการวินิจฉัย โดยนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ว่าหากให้ออกไปทั้ง 2 คนจะให้ออกไปชกกันหรืออย่างไร แต่ในท้ายที่สุดนายกุลเดช และนายมงคลต่างยอมถอนคำที่ถูกประท้วงและบรรยากาศการประชุมกลับมาสู่การอภิปรายในเนื้อหาสาระต่อไป