วงประชุมรัฐสภาเกือบวุ่น หลัง"นิคม"จ้องใช้ข้อบังคับ 44 ให้"สุเทพ"ยุติอภิปราย ส.ส.ปชป.ซัดเรียกพท. ประท้วงทั้งที่ไม่ยกมือ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่มาของส.ว. ว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของส.ว.นั้นมีความสำคัญ โดยเฉพาะอำนาจการแต่งตั้งบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานของรัฐ อาทิ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งองค์กรดังกล่าวตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญต้องมีความอิสระ และปลอดจากฝ่ายการเมืองแทรกแซง ดังนั้นส.ว.ที่ถือเป็นองค์กรที่สำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย หากให้ที่มามาจากการเลือกตั้ง
“ผมขอยกตัวอย่าง คือ กกต. ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้ง หากกกต. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เที่ยงธรรม ทำให้การปกครองประชาธิปไตยในรัฐสภาถูกบิดเบือนได้” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายสุเทพ อภิปรายนั้น ได้มีเหตุวุ่นวาย เมื่อนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ได้ให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. ลุกประท้วงการอภิปรายของนายสุเทพ แต่ได้รับการทักท้วงจากนายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ว่า นายวิชาญ ไม่ได้มีการยกมือประท้วง ดังนั้นตามข้อบังคับไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ และขอเรียกร้องให้นายนิคมปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาอย่างเคร่งครัดด้วย ทำให้นายนิคม กล่าวขึ้นว่าถ้าจะให้ตนใช้ข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ตนจะขอใช้ข้อที่ 44 ว่าด้วยถ้าประธานเห็นว่าผู้ใดอภิปรายพอสมควรแล้ว ประธานจะให้ผู้นั้นยุติการอภิปรายได้ ทำให้นายสุเทพ กล่าวว่า “ใช้เลยครับ ใช้เลย ถ้าใช้ก็เท่าท่านประธานถูกครอบงำจากพวกท่าน ทั้งนี้ขอให้บอกสังคมด้วยว่า ผมทำผิดตรงไหน” จากนั้นได้ขอยุติการอภิปราย ทำให้นายนิคม กล่าวว่า ขอให้นายสุเทพอภิปรายต่อไปได้ แต่ได้รับการปฏิเสธและนายสุเทพระบุว่าจะใช้สิทธิ์ในการอภิปรายในมาตรา 112 ต่อไป
จากนั้นนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประท้วงการอภิปรายของนายสุเทพและขอให้ถอนคำพูดว่า ประธานถูกครอบงำจากพวกท่าน เพราะทำให้เข้าใจว่าหมายถึงพวกตน อย่างไรก็ตามรัฐสภาถือเป็นสภาที่มีเกียรติ ไม่ใช่สภานักเลง ดังนั้นขอให้ ให้เกียรติรัฐสภาและให้เกียรติประธานที่ประชุมด้วย อย่าชี้หน้า หรือทำท่าข่มขู่





