พล.ต.ต.ปิยะระบุไม่ใช้กำลังสลายม็อบสวนยาง ย้ำยังไม่จำเป็นใช้กฎหมายพิเศษ
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราใน จ.นครศรีธรรมราชว่า ล่าสุด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งเปิดศปก.ตร. เพื่อติดตามสถานการณ์เต็มรูปแบบตลอด 24 ชม. โดยสั่งการให้สันติบาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนในพื้นที่ เกาะติดสถานการณ์ด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด โดยสรุปว่าขณะนี้มี 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรสวนยางในพื้นที่ที่เดือดร้อนจริงๆ และ กลุ่มคนนอกพื้นที่ และกลุ่มที่หวังผลทางการเมือง มีพรรคการเมืองหนุนหลัง รวมทั้งมีกลุ่มวัยรุ่นที่พร้อมก่อเหตุรุนแรง ซึ่งการชุมนุมที่มีการแยกส่วนเช่นนี้ทำให้การเจรจาไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีแกนนำที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการเจรจาผ่านช่องทางฝ่ายปกครอง อาทิ กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต.
ส่วนกรณีกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศจะยกระดับการชุมนุม ในวันที่ 3 ก.ย.นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตำรวจในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำชับให้มีการตั้งด่านตรวจค้น ตามจุดต่างๆเพื่อคัดกรองอาวุธและบุคคลต้องสงสัย ,พร้อมให้จัดทำแผนเผชิญเหตุ เตรียมกำลังพลและอุปกรณ์ให้พร้อมรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย ได้สั่งการให้บช.ภ.1-9 บช.น.และศชต.เปิดศปก.ตร.เต็มรูปแบบเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมในพื้นที่ของตนเอง เตรียมการทั้งกำลังพลและอุปกรณ์พร้อมไว้ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความอดทน ละมุนละม่อมและใช้มาตรการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้สามารถเปิดเส้นทางจราจรเพื่อให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง สามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีนโยบายใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมตามที่มีกระแสข่าวอย่างแน่นอน แต่จะเน้นการเจรจาอย่างสันติวิธี และใช้ความอดทนละมุนละม่อม ยึดหลักกฏหมายในการดูแลการชุมนุม ขณะเดียวกันยืนยันว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษในการดูแลการชุมนุม ซึ่ง ผบ.ตร.ได้ให้นโยบายว่าหากสถานการณ์รุนแรงเกินกว่าที่จะใช้กฎหมายปกติ ก็ให้เสนอขึ้นมา ซึ่งบช.ภ.8 ในฐานะหน่วยปฏิบัติจะเป็นผู้วิเคราะห์สถานการณ์ว่าเหตุการณ์ในระดับใดจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าว
โฆษก.ตร. กล่าวด้วยว่า ล่าสุดศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้อนุมัติออกหมายจับแกนนำก่อเหตุรุนแรง 6 คน ได้แก่ นายชญานิน คงลัง ,นายก้องเกียรติ ชูทอง ,นายสมภาษณ์ ขวัญทอง, นายสัมมิตร จุ้ยปลอด, นายประภาส ภักดีรัตน์ และนางวนิดา แก้วมณี ในข้อหากระทำการใดๆให้ทางสาธารณะอยู่ในลักษณะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่จราจร ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 229 ขณะที่เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติออกหมายจับจำนวน 9 คน ได้แก่ นายพีรพงศ์ วิชัยดิษฐ์ ,นายภิญโญ หมื่นจร,นายบัญชา ณ พัทลุง,นายกิตติวดี ขุนทอง,นายสมโภชน์ กำเนิดรักษา,นายสำราญ คงสวัสดิ์,นายสากล อินทระ,นายสมสุข กำเนิดรักษา และ นายสมเกียรติ ทองเสน ในข้อหาร่วมกันปิดกั้นทางหลวง หรือ นำสิ่งใดมาขวางหรือวางไว้บนทางหลวงในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล ตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 39





