นายกฯตั้ง 3 แนวทางปฏิรูป มอบหมาย "บรรหาร"ประสานงาน เป้าหมายหาทางออกประเทศ-ลดเหลื่อมล้ำ
ในการประชุมหรือแลกเปลี่ยนและให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอทางออกประเทศไทย เมื่อเวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวสรุปการประชุม ว่า ในส่วนของนายพิชัย ได้ตั้งโจทย์ในรายละเอียดที่ครบสมบูรณ์ โดยตนจะเอามุมมองนี้มาเป็นตัวตั้งเข้าไปในเนื้อหา โดยจะเสนอกรอบที่มีเป้าหมายร่วมกัน คือเป้าหมายในการปฏิรูปเพื่อหาทางออกประเทศ เราจะมององค์รวมก่อน
โดยเป้าหมายที่จะมองพร้อมกัน 7 หัวข้อ คือ1.เป้าหมายทางออกในเรื่องทางออกประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้มีความมั่นคงแข็งแรง 2.ความเท่าเทียมกันในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจนในสังคม อย่างเท่าเทียม 3.กลไกในการทำงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่ใช่การจับผิดแต่เป็นการสร้างคามไว้วางใจ ความเชื่อมั่นกับสังคมด้วย 4.เป้าหมายของกระบวนการที่ให้เกิดความยุติธรรมเท่าเทียม ในสิทธิที่แต่ละกลุ่มควรจะได้รับภายใต้ข้อกฎหมายที่เป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม 5.อยากเห็นประชาธิปไตยที่มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน รับฟังเสียงทุกเสียง 6.หลักความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้อภัยซึ่งกันและกัน สร้างบรรยากาศความเชื่อมั่นแก่ต่างประเทศ และ7.ขอให้ยึดประโยชน์ส่วนรวมและความถูกต้องยึดส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
ส่วนแนวทางปฏิบัติในการทำงานเราจะนำผลการศึกษาของหลายสถาบัน เข้ามาศึกษาร่วมกันเพื่อจะดูว่าอะไรบ้างที่สามารถเป็นข้อคิดเห็นที่ส่วนใหญ่เห็นชอบและดำเนินการได้ ซึ่งจะมีการนำมาเสนอให้ที่ประชุมเห็นว่าอะไรที่สามารถดำเนินการได้เลย หลังจากที่ดูข้อที่ดำเนินการแล้วก็จะเหลือข้อที่ควรจะทำเพิ่มเติมก็จะมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำงานเพิ่มเติม
จากนั้นให้มีการสรุปปัญหารากเหง้าว่า ทั้งหมดที่เป็นปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองนั้นคืออะไรเพื่อที่จะเป็นโจทย์ในการทำโรดแมพระยะยาว โดยชุดนี้มอบให้ฝ่ายอำนวยการคือนายพงศ์เทพ และนายวราเทพ ซึ่งทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะรับตรงนี้ไป และขอเรียนเชิญตัวแทนคณะกรรมการ สถาบันต่างๆเข้าไปทำง่นร่วมกันเพื่อรือเป็นข้อสรุป ซึ่งทั้งหมดนี้คือแนวทางที่1 ที่ทำได้เร่งด่วน
นายกฯ กล่าวต่อว่า แนวทางที่2 คือการศึกษาโรดแมพของการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งเราจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือการเมือง ซึ่งครอบคลุมถึงการเมืองการปกครอง การบริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น นิติบัญญัติ ตุลาการ รวมถึงกระบวนการยุติธรรม และภาคประชาชน 2.กลุ่มเศรษฐกิจ เราจะอย่างไรให้โครงสร้างเศรษฐกิจพัฒนาการแข่งขันของภาคชุมชน เอสเอ็มอี และสังคมโดยรวมให้ดำเนินต่อไปได้ และรองรับ AEC และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และเปิดโอกาสการแข่งขัน
3.กลุ่มสังคม ซึ่งรวมปัญหาการศึกษา แรงงาน สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม หรือเรื่องอื่นๆที่ยังไม่ครอบคลุม ซึ่งจะมีคณะทำงานทั้งหมด 3 คน ซึ่งการปฏิรูปทั้ง 3 กลุ่มนี้จะมีคำถามว่า จะดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างไร ตนเป็นผู้ที่มีประสบการณ์น้อย จึงขอเรียนเชิญนายบรรหาร ในฐานะที่มีประสบกรณ์และเป็นผู้ใหญ่ที่จะมาช่วยประสานงานของทั้ง 3 กลุ่ม ว่าจะขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปแบบในการปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมได้อย่างไร นอกจากนี้ทางฝ่ายสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะเป็นศูนย์กลางในการอำนวยความสะดวก
นายบรรหาร กล่าวว่า ถ้าจะแก้ปัญหาควรหยิบยกปัญหาเฉพาะหน้ามาแก้ไข ทั้งเศรษฐกิจสังคม การเมือง ซึ่งการแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องง่าย ลำบากมาก ซึ่งตนจะช่วยไปประสานงานให้





