"อภิสิทธิ์"จุดยืนไม่เปลี่ยน ไม่ร่วมสังฆกรรมสภาปฏิรูปการเมืองในขณะที่มีการผลักดันก.ม.นิรโทษกรรม ยันไม่ลาออกจากการเป็น ส.ส. ตามคำขอพธม.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันไม่เปลี่ยนจุดยืนหรือเปลี่ยนใจเข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมืองในขณะที่ยังมีการผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะมีจุดยืนในการสนับสนุนการปฏิรูปการเมืองและการปรองดองอย่างแท้จริง ว่าจะต้องปลดเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความขัดแย้งก่อน ดังนั้นหากรัฐบาลยอมถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมก่อน โดยประเด็นคือตรงไม่ตรงมา ไม่เอาผลประโยชน์ของตัวเองหรือกลุ่มเป็นที่ตั้งและต้องไม่ปิดพื้นที่การแสดงออกของประชาชน แต่เวทีปฏิรูปการเมืองที่รัฐบาลจัดขึ้นในวันนี้ ยังไม่สามารถคาดหวังอะไรได้ เพราะเป็นคนกลุ่มเดียวกับรัฐบาล และยังไม่มีการตอบรับข้อเสนอจากหลายกลุ่มที่เคยเสนอเพื่อลดความขัดแย้ง พร้อมทั้งเชื่อว่าเป้าหมายสุดท้ายของเวทีปฏิรูปการเมือง คือการรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดังนั้นยืนยันต้องคัดค้าน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันด้วยว่าไม่ลาออกจากการเป็นส.ส. เพราะการทำหน้าที่ในสภายังมีความหมาย และจำเป็นต้องทำหน้าที่นี้ โดยมีหลายเรื่องที่รัฐบาลพยายามผลักดัน รวมทั้งร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะต้องใช้เวทีสภาในการคัดค้าน รวมถึงยังต้องใช้สิทธิของการเป็นส.ส.ในการยื่นหลายประเด็นที่อาจส่อขัดรัฐธรรมนูญ แต่ก็เคารพการตัดสินใจของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งนี้ ยืนยันเป็นการคัดค้านเพื่อไม่ให้เกิดการ "กินรวบ"ประเทศ ไม่ใช่เพื่อแย่งชิงอำนาจ
ขณะเดียวกันจะใช้เวทีผ่าความจริงในการชี้แจงให้ข้อมูลกับประชาชน และหากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเห็นว่าแนวทางของพรรคเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยยับยั้งความไม่ถูกต้อง ก็สามารถมาร่วมกัน
นอกจากนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเป็นห่วงเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคายางตกต่ำ และอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาให้ ไม่ควรเลือกปฏิบัติช่วยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และมันสำปะหลัง และเห็นว่าที่ปัญหาบานปลายมาจนถึงขั้นปิดถนน และจะปิดถนนทั่วทุกภาคในวันที่ 3 ก.ย.นี้เป็นเพราะรัฐบาลไม่รับฟังปัญหา ซึ่งส.ส.ของพรรคพยายามเป็นตัวแทนในการไปยื่นหนังสือ ก็ถูกปฏิเสธ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาก่อนที่จะบานปลาย และขออย่าทำ 2 มาตรฐาน โดยการนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปปราบ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการต่อต้านรุนแรง และเป็นการฟ้องว่ารัฐบาลไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา ในขณะเดียวกันกลับปล่อยให้คนเสื้อแดงเข้ามาป่วนเวทีผ่าความจริงโดยไม่มีการดำเนินการ





