ปชป.แจงปรับลดงบดีเอสไอเ พราะทำหน้าที่ไร้ความยุติธรรม วินิจฉัยกลับไปกลับมา
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า กฎหมายระบุชัดว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษควรปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ปราศจากการเมือง คดีเงินบริจาคบำรุงพรรคประชาธิปัตย์กกต.ได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความผิด แต่ดีเอสไอกลับนำเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตนเองแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นจึงขอปรับลดงบประมาณของดีเอสไอร้อยละ 20 เนื่องจากงานที่ดีเอสไอมีหน้าที่ต้องทำกลับไม่ทำ กลับมาก้าวล่วงงานของกกต.
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนขอปรับลดงบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษร้อยละ 20 เพราะทำงานไม่เป็นไปตามพันธกิจที่ระบุว่าจะผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม เนื่องจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ไม่รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายอย่างที่ประชาชนคาดหวัง วินิจฉัยคดีแบบกลับไปกลับมา โดยเฉพาะคดีความเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ทั้งนี้ คณะกรรมการคดีพิเศษได้รับคดีผังล้มเจ้าเข้ามาเป็นคดีพิเศษเพราะเป็นการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคง นับจากนั้นมานายธาริตได้ย้ำต่อสาธารณะว่าคดีดังกล่าวมีมูลความจริงโดยมีกลุ่มทุนหนุนหลัง แต่ปรากฎว่าทันทีที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาล นายธาริตกลับมีความเห็นเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2555 ในลักษณะกลับลำแบบ 360 องศา เปลี่ยนดำเป็นขาวว่าคดีนี้ไม่มีมูลความจริง เช่นเดียวกับคดีกระสุนพระราชทานที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งดีเอสไอก็กลับลำว่าคดีไม่มีมูลเช่นกัน ทำให้ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า นายสาทิตย์พูดไม่ตรงกับความจริงในคดีผังล้มเจ้า นายวิสุทธิ์ ไชยณรุน ประธานในที่ประชุม จึงต้องไกล่เกลี่ยว่า ให้นายสาทิตย์อภิปรายต่อไป ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าการอภิปรายของนายสาทิตย์เป็นอย่างไร
นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ดีเอสไอกระทำหมิ่นเหม่ต่อการทำผิดพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 เพราะในมาตรา 21/1 นั้นบัญญัติว่า หากเป็นการดำเนินคดีเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดีเอสไอจะต้องส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนภายใน 30 วัน แต่ปรากฎว่า ทันทีที่ศาลอาญามีคำสั่งในคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง กลับแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ขัดกับกฎหมายของดีเอสไอ ดังนั้น ดีเอสไอจึงสมควรที่จะถูกตัดงบประมาณ
ที่ประชุมได้ลงมติในมาตรา 18 ด้วยคะแนน 288 ต่อ 109 เสียง เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการฯ ที่มีการแก้ไข โดยมีผู้งดออกเสียง 12 คน และไม่ลงคะแนน 1คน





