วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการชี้อียิปต์กลายเป็นสงครามการเมือง

"พิชิต"ชี้ขัดแย้งในอียิปต์เปลี่ยนจากประชาธิปไตยปะทะเผด็จการ เป็นรัฐที่ไม่ยุ่งศาสนาปะทะกับรัฐศาสนากลายเป็นสงครามการเมืองไปทุกที

นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค สถานการณ์อียิปต์ ว่าความขัดแย้งในอียิปต์วันนี้เปลี่ยนจาก "ประชาธิปไตยปะทะเผด็จการ" เป็น "รัฐที่ไม่ยุ่งศาสนา (Secular state) ปะทะกับ รัฐศาสนา"

ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งกลุ่มภราดรภาพมุสลิมและมอร์ซี่สัญญาว่า จะไม่เอาศาสนามายุ่งกับการเมือง และก็สามารถชนะเลือกตั้งมาอย่างชอบธรรม แต่ต่อมา ก็กลับดำเนินนโยบายต่าง ๆ ผลักดันอียิปต์ไปเป็นรัฐศาสนาแบบอิหร่านตามอุดมการณ์ดั้งเดิมของตน ใช้กฎหมายเล่นงานคนและสื่อที่ไม่ใช่ภราดรภาพมุสลิม คนคริสต์ และคนมุสลิมชีอะห์ จำกัดเสรีภาพและสถานะของผู้หญิง ให้พวกศาสนาหัวรุนแรงต่างประเทศเข้ามาเคลื่อนไหวในอียิปต์ เป็นต้น

กลุ่มภราดรภาพมุสลิมกับประชาชนอียิปต์ที่เป็นเสรีนิยม ที่เคยเป็นแนวร่วมกันโค่นล้มเผด็จการมูบารัค มาวันนี้จึงแตกหักกัน ประชาชนกลุ่มหลังออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีมอร์ซี่ ประกาศไม่เอา "รัฐศาสนา" เรียกตัวเองว่า "กบฏทามาร็อด" พอฝ่ายกองทัพฉวยโอกาสรัฐประหารโค่นล้มมอร์ซี่ พวกทามาร็อดก็เฮ เชียร์ทหารกันใหญ่ และเชื่อ (อย่างลม ๆ แล้ง ๆ ???) ว่า ทหารจะทำตามสัญญาที่จะคืนประชาธิปไตยให้แก่อียิปต์หลังจากจัดการกับพวกภราดรภาพมุสลิมแล้ว

พอพวกภราดรภาพมุสลิมระดมสรรพกำลังออกมาชุมนุมประท้วง ก็เจอทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนทามาร็อด ภาพที่เราเห็นในข่าวจะเป็นทหารตำรวจลุยกระทืบ ลุยยิงพวกภราดรภาพมุสลิม แต่ยังมีการปะทะกันระหว่างพวกภราดรภาพมุสลิมกับพวกทามาร็อดด้วย ทั้งอิฐ หิน ท่อนไม้ เหล็ก ปืน ระเบิดปิงปอง ฯลฯ

คนภายนอกยากที่จะเข้าใจว่า ทำไมคนอิยิปต์จำนวนมากจึงเกลียดพวกภราดรภาพมุสลิมอย่างมาก เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง คนอียิปต์มีลักษณะพิเศษคือ แยกศาสนาออกจากการเมือง คนอียิปต์ส่วนใหญ่ถือว่า ตนเป็น "อียิปต์" เช่น ภาคภูมิใจในประวัตีศาสตร์เก่าแก่ ในปิระมิดและสฟิงก์ของตน ขณะที่พวกคลั่งศาสนาจะเรียกร้องให้ทุบทิ้งให้หมด เพราะเป็น "วัตถุนอกศาสนา" ประเทศอียิปต์ยังมีชุมชนคริสเตียน (นิกายคอปติก) ที่ใหญ่มากและอยู่อย่างสันติกับคนมุสลิมมาอย่างดีนานเป็นพันปีแล้ว มุสลิมนิกายสุหนี่ส่วนใหญ่กับนิกายชีอะห์ก็อยู่กันดีมาตลอดเช่นกัน ขณะที่พวกภราดรภาพมุสลิมที่เป็นสุหนี่จะเกลียดทั้งพวกคริสต์และพวกชีอะห์

ประเทศอียิปต์มีปัญหากับพวกคลั่งศาสนามานานหลายสิบปี บางครั้งก็รุนแรงมาก นายกรัฐมนตรีอิยิปต์ เคยถูกพวกคลั่งศาสนาลอบสังหารมาแล้วในปี 2491 แม้แต่ประธานาธิบดีซาดัต (คนก่อนมูบารัค) ก็ถูกลอบสังหารเมื่อปี 2524 โดยพวกอิยิปต์จิฮัด (พวกคลั่งศาสนา คนละกลุ่มกับภราดรภาพมุสลิม ปัจจุบันได้ไปรวมกับพวกอัลเคด้าแล้ว)

ปัญหายิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อเกิดรัฐอิสลามอิหร่านขึ้น ผู้คนก็ยิ่งกลัว ล่าสุด หลังจากมอร์ซี่โดนรัฐประหารและเกิดจลาจล พวกก่อการร้ายสากลอัลเคด้าได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนมอร์ซี่และกลุ่มภราดรภาพมุสลิมให้ประท้วงและขับไล่รัฐบาลทหาร (ที่ "ทรยศต่ออิสลาม" และเป็น "สมุนตะวันตก") ประกาศให้ "นักรบอัลเคด้า" เข้าร่วมสนับสนุนพวกภราดรภาพมุสลิม ส่วนในอียิปต์ ก็เกิดการไล่ล่าทำร้ายคนอียิปต์ที่เป็นคริสเตียน กระทั่งโจมตีโบสถ์คริสต์ ก็เลยยิ่งเป็นข้ออ้างให้ฝ่ายทหารใช้ความรุนแรงจัดการกับพวกภราดรภาพมุสลิมได้ง่ายขึ้น คนที่ไม่ชอบพวกภราดรภาพมุสลิมก็ยิ่งเชียร์ทหารมากขึ้นไปอีก พวกคริสต์และพวกชีอะห์ก็เชียร์ทหารเช่นกัน

คนเราออกมาสู้มือเปล่า แล้วโดนกระทืบ โดนยิง โดนระเบิด ก็ไม่โง่ที่จะออกมาสู้มือเปล่าอีกต่อไป เป็นธรรมดาที่จะต้องคิด "เอาคืน" พวกภราดรภาพมุสลิมบางส่วนจึงเริ่มติดอาวุธออกมา "เอาคืน" ลุยกับทหารตำรวจ ยิงตำรวจทหารตายบาดเจ็บ เหตุการณ์ทำท่าจะกลายเป็นสงครามกลางเมืองเข้าไปทุกที

พวกภราดรภาพมุสลิมมีจุดแข็งคือ มีคนสนับสนุนจำนวนมาก เคยชนะเลือกตั้งมาอย่างชอบธรรม เป็นฝ่ายถูกรัฐประหาร และพอออกมาเดินขบวนชุมนุมก็โดนทหารตำรวจปราบปรามอย่างรุนแรงอีก

ความหวังของ "ประชาธิปไตยเสรีนิยม" ในอียิปต์นั้นริบหรี่อย่างยิ่งเพราะประเด็นศาสนานี้แหละ พวกภราดรภาพมุสลิมแม้วันนี้จะใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือ แต่สุดท้าย ก็จะนำพาอิยิปต์ไปเป็นรัฐอิสลาม ปกครองด้วยผู้นำทางศาสนาและกฎหมายอิสลามแบบเดียวกับอิหร่าน จะเลือกตั้งได้เฉพาะคนของฝ่ายศาสนาเท่านั้น

ฝ่ายทหารมีอดีตสมุนของเผด็จการมูบารัคเต็มไปหมด ร่วมมือกับศาล ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ประชาธิปไตยของอียิปต์ "เป็นง่อย" ไปในที่สุด เพราะจะอ้างการปราบพวกคลั่งศาสนามาจำกัดสิทธิเสรีภาพของคนอียิปต์ แม้มีรัฐธรรมนูญใหม่และมีเลือกตั้ง การเมืองก็ไม่เปิดกว้างเป็นเสรีนิยม เพราะต้อง "แบน" พวกภราดรภาพมุสลิมทั้งหมด (ซึ่งก็มีจำนวนคนมากเช่นกัน)

คนอียิปต์ที่ต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่วันนี้หันไปสนับสนุนกองทัพ ให้ปราบปรามพวกภราดรภาพมุสลิมอย่างนองเลือด ท้ายสุด คงจะผิดหวัง เพราะ ในเมื่อไม่เอา "รัฐศาสนา" ก็จะเจอ "รัฐทหาร" อยู่ดี