"อภิสิทธิ์"ยันลูกพรรคไม่รับตำแหน่งในกมธ.วิสามัญร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หวังทดสอบรัฐบาล ยึดเสียงข้างมากตามที่คิดหรือไม่ วอนสังคมอย่าละสายตา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมกรรมาธิการวิสามัญร่าง พรบ.นิรโทษกรรมนัดแรกวานนี้ว่า การประชุมเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา วาระที่อยู่ในระเบียบก็มีเฉพาะเรื่องของการเลือกตำแหน่งต่างๆ กับการกำหนดแนวทางในการทำงาน ทั้งนี้ความจริงแล้วตนก็ไม่ได้ต้องการตำแหน่งอะไร แต่ต้องการจะทดสอบดูว่า รัฐบาลจะพิจารณากฎหมายนี้โดยยึดเรื่องการลงมติเสียงข้างมากหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็ถอนตัวหลังจากนั้นการเสนอและการเลือกตำแหน่งต่าง ๆ ในกรรมาธิการ คนของพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่รับตำแหน่ง
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ในที่ประชุมมีความพยายามเสนอให้ตนเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ตนก็บอกว่าตนนั่งอยู่ในกรรมาธิการทำงานเต็มที่อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาตั้ง หรือใครในคณะกรรมาธิการเป็นที่ปรึกษา ถ้าอยากได้ที่ปรึกษาก็ควรที่จะไปคิดหาเอาผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ นักวิชาการ ที่จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาของกรรมาธิการมากกว่า จึงไม่รับตำแหน่งนั้น
ส่วนการไม่รับตำแหน่งจะมีผลอะไรต่อการทำงานในกรรมาธิการหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็คงไม่ได้ทำหน้าที่ประธานกับเลขา หรือโฆษก แต่ทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการ หรือ ส.ส. ก็ทำได้เต็มที่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทั้งนี้หลังเลือกสรรตำแหน่งต่าง ๆ เสร็จแล้ว ก็กำหนดแนวทางในการทำงาน โดยจะประชุมกันทุกวันพฤหัสบดีช่วงบ่าย ก็จะแสดงให้เห็นว่ายังไม่ได้มีความพยายามในการที่จะเร่งรีบผลักดันตรงนี้เท่าไร เพราะบางฉบับอย่างตอนเงินกู้ ให้ประชุม 2- 3 วัน ตั้งแต่เช้าจนดึก อันนี้ก็มาตามการพิจารณากฎหมายเหมือนฉบับอื่นๆ พูดง่ายๆ คือประมาณครึ่งวันต่อ 1 สัปดาห์ เป็นการเสนอจากทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยเอง
ทั้งนี้ ยังไม่มีการเริ่มต้นพิจารณาแต่พูดถึงข้อมูล ซึ่งกรรมาธิการจะต้องมีกฎหมายนิรโทษกรรมในอดีตให้ครบถ้วนทุกฉบับ รวมทั้งคำสั่งอย่างเช่นกรณีของคำสั่งที่ 66/23 ไปจนถึงเรื่องของการที่จะต้องได้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีความทั้งหลายที่มีอยู่ในขณะนี้ ที่เกิดขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และขอรวมไปเกินกว่าที่กำหนดช่วงเวลา ในกฎหมายของนายวรชัย เหมะ ก็คือเอาก่อนรัฐประหาร และหลัง 10 พ.ค. 2554 ด้วย เพื่อมาดูว่าที่กำลังจะพูดถึงการนิรโทษกรรมนั้นตกลงเกี่ยวข้องกับใครที่ไหนอย่างไรให้ชัดเจนไป
"มีสัญญาณอย่างหนึ่งว่าสังคมอย่าละสายตาจากเรื่องนี้ แล้วก็ช่วยกันในการที่จะสะท้อนความคิดเห็นต่าง ๆ ไปที่กรรมาธิการเชื่อว่ากรรมาธิการต้องรับฟัง ไม่มากก็น้อยนะครับ และประชาธิปัตย์ก็จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในการเป็นตัวแทนของประชาชน เพราะฉะนั้นในคำพูดที่เราพูดบอกว่า จะมาสู้ในสภาก็ต้องทำเต็มที่"หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ส่วนกรณีที่นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ออกมาระบุว่า การขยายให้เหมาครอบคลุม พรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเล่นแผนซ้อนแผนด้วยการเพิ่มข้อความให้ครอบคลุมถึงตัวนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเอาอะไรคิด ถ้าจะซ้อนแผนอย่างนั้นแล้วทำไมพวกตนไม่ประกาศหนุนฉบับของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานไปตั้งแต่แรก ตนไม่ทำแน่เพราะมีสำนึกว่า การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะไม่ทำอะไรที่เป็นเรื่องผลประโยชน์ขัดแย้งโดยเด็ดขาด และก็เรียกร้องว่า ในการพิจารณาต่อไปนี้ ใครที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งในเรื่องนี้ ก็ไม่ควรที่จะพิจารณาด้วย เพราะจะเป็นเงื่อนไขไปสู่การที่จะทำให้กฎหมายฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ


