วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝ่ายค้านรุมสับนายกฯกุมเบ็ดเสร็จงบกลาง

ฝ่ายค้านรุมสับงบกลางฯ ชี้ให้สิทธิ์นายกฯอนุมัติเบ็ดเสร็จ โยกงบเยือนต่างประเทศผิดวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์เร่งด่วน

วันนี้ (15 ส.ค.) สภาผู้แทนราษฎรมีการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วาระที่ 2 โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมาเป็นการพิจารณาในมาตราที่ 4 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยจากวงเงินงบประมาณ 2557 จำนวน 2,525,000 ล้านบาท ได้มีการจัดสรรวงเงินไว้เป็นงบกลางฯ 343,131ล้านบาท และในชั้นกรรมาธิการฯได้ปรับลดงบกลางฯไปแล้ว 2,328 ล้านบาท

นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่าขอเสนอให้ปรับลดงบกลางลง 0.1% โดยขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้มีสิทธิ์ขาดเบิกจ่ายงบกลางฯตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบกลางฯในปีงบประมาณ 2556 ใน 3 เรื่องได้แก่ 1.งบกลางฯที่ถูกใช้ไปในการเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีในกว่า 5 ทวีปกว่า 40 ประเทศมีการใช้เงินไปเท่าไหร่ โดย กมธ.ได้มีการขอเอกสารค่าใช้จ่ายการเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีแต่ก็ยังไม่ได้รับเอกสารแต่อย่างใด 2.งบกลางฯที่ใช้ไปในช่วงประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง และ3.งบกลางฯที่กำลังจะใช้ไปในการทำเวทีปฏิรูปการเมืองนั้นจะใช้เงินจากงบกลางฯเท่าไหร่

"การใช้งบกลางฯงบแบบเซเว่น อีเลฟเว่น ใช้จ่ายเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีความไม่ชอบมาพากล ที่มีนายกรัฐมนตรีมีสิทธิอนุมัติงบเพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งนี้่ ตนขอตั้งข้อสังเกตในส่วนเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2557 ได้รับงบประมาณจำนวน 72,500 ล้านบาท ส่วนในปี 2556 ได้รับงบประมาณ 73,700 ล้านบาท ซึ่งงบในส่วนนี้ควรเป็นงบช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ"นายวัชระกล่าว

เขากล่าวด้วยว่ารัฐบาลยังอนุมัติงบกลางให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งในขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จำนวน 200 ล้านบาท เพื่อใช้ปราบม็อบองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) เมื่อปลายปี 2555 และครั้งล่าสุดที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมที่อาจใช้งบประมาณจากงบกลางกว่า 400 ล้านบาท

น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอขอปรับลดวงเงินงบประมาณงบกลางฯลง 5%เนื่องจากการใช้งบกลางฯในขณะนี้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งบกลางฯที่ควรกันไว้ช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่ได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้หากมีการย้อนดูการจัดสรรงบกลางฯในหลายๆปีที่ผ่านมาพบว่ามีการเพิ่มขึ้นตั้งแต่มีการบริหารงานของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยในปี 2545 - 2549 ก็เพิ่มขึ้นจากเดิมที่งบกลางฯมีการตั้งไว้ที่ปีละ 7 - 8 หมื่นล้านบาท ได้มีการจัดสรรงบกลางฯเป็น 1.84 แสนล้านบาท ในปี 2546 และในปีงบประมาณ 2547 มีการจัดสรรงบกลางฯเพิ่มขึ้นเป็น 2.26 แสนล้านบาท ปี 2548 งบกลางฯ2.5 แสนล้านบาท และในปี 2549 งบกลางฯอยู่ที่ 2.49 แสนล้านบาท จากนั้นงบกลางก็ไม่ได้ถูกปรับลดลงให้ต่ำกว่าปีละ 2.5 แสนล้านบาท จนมาถึงในปีงบประมาณ 2555 งบกลางฯเพิ่มสูงขึ้นเป็น 4.2 แสนล้านบาท ขณะที่ในปี 2556 งบกลางฯอยู่ที่ 3.14 แสนล้านบาท

"งบกลางฯถูกเพิ่มเติมกว่าในอดีตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากงบกลางใช้ได้แบบไม่มีการตรวจสอบเนื่องจากอำนาจอยู่ที่นากรัฐมนตรี โดยในปัจจุบันการใช้งบกลางฯให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่ได้มีการรายงานกลับมายังกรรมาธิการเลยว่าการเดินทางไปในประเทศต่างๆของนายกรัฐมนตรีนั้นมีประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมกลับมาอย่างไร"


นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส. จ.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีการตัดงบกลางลงฯ 10% โดยในระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการตั้งงบประมาณสำหรับเป็นงบกลางฯไว้กว่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่สูงมาก นอกจากนั้นการใช้งบกลางฯยังสามารถตรวจสอบได้ยาก แม้แต่ในสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนั้นงบกลางฯส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ในราชการลับและเกี่ยวข้องกับการบริหารงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเป็นงบที่ใช้ในการเจารากับ BRN ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด และเกิดความล้มเหลวดังที่สังคมได้เห็นมาแล้ว

"นายกรัฐมนตรีรู้หรือไม่ว่าการที่เอางบประมาณซึ่งส่วนหนึ่งมาจากงบกลางฯบลงไปใช้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นมียุทธศาสตร์และวิธีการอย่างไร เพราะถ้าวิธีการไม่ถูกต้องความารุนแรงก็ไม่ลดน้อยลงนอกจากเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น" นายเจะอามิงกล่าว

ขณะที่นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2557 กล่าวว่าสำหรับประเด็นที่อภิปรายว่าการใช้งบกลางฯเป็นอำนาจในการอนุมัติของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ตนขอยืนยันว่าข้อเท็จจริงของเรื่องนี้แม้นายกรัฐมนตรีจะมีสิทธิ์ในการอนุมัติใช้งบกลางฯแต่ขั้นตอนการขอใช้งบประมาณในส่วนนี้ต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนไม่ได้เป็นการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีตามใจชอบแต่อย่างใด

หลังจากนั้นในเวลา 13.50 น. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สองซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้ให้มีการลงมติรับรองมาตรา 4 ของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2557 โดยมีผู้ลงคะแนน 328 คน มีผู้เห็นด้วย 291 คน ไม่เห็นด้วย 126 คน งดออกเสียง 14 คน และไม่ลงคะแนน 2 คน