"ภราดร"เผยบีอาร์เอ็นตอบกลับแล้วฝีมือใครยิง"ยาโก๊บ" ยังเปิดเผยไม่ได้ หวั่นคนในพื้นที่ไม่กล้าร่วมโต๊ะดับไฟใต้
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีคนร้ายประกบยิงนายยาโก๊บ หร่ายมณี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานีเสียชีวิต ระหว่างซื้ออาหารในตลาดว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนตามสภาพข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันจะมีการส่งคำถามถึงข้อเท็จจริงกลับไปยังขบวนการบีอาร์เอ็นผ่านผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย ทั้งนี้จากการสอบถามไปก่อนหน้านี้ได้รับคำตอบมาระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
"นายยาโก๊บ เป็นอิหม่ามที่ให้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องศาสนาอิสลามได้อย่างถูกต้อง ชอบธรรม และเป็นผู้ที่ได้รับความนิยม ชื่นชม จากพี่น้องประชาชนอย่างมาก"พล.ท.ภราดร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการยิงโต๊ะอิหม่ามเสียชีวิตถือว่าการเจรจาล้มเหลวหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้เช่นนั้น เพราะต้องดูจากข้อเท็จจริง ทั้งนี้นายยาโก๊บ เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมาก็เคยถูกลอบยิงมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นผู้สอนศาสนาอิสลามอย่างถูกต้อง จึงตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุความรุนแรงเมื่อครั้งที่ผ่านมา
ส่วนการเสียชีวิตของโต๊ะอิหม่าม จะมีผลกระทบถึงความร่วมมือของประชาชนและพื้นที่เพื่อนำไปสู่สงบหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นข้อกังวลใจในระดับหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดความละล้าละลังที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาพอสมควร
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายวิจารณ์ท่าทีสมช.เหตุใดจึงต้องเดินตามเพื่อนบ้าน เพราะปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในของไทย พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ขณะนี้ยังได้ปฏิบัติตามหลักตามนโยบายของรัฐไทย แต่เนื่องจากเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย คือ ไทย ขบวนการบีอาร์เอ็น และมาเลเซีย ที่ได้ทำไว้ มาตรการต่างๆยังคงปฏิบัติภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อตกลงสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ข้อตกลงหมายถึงการลงนามตกลงที่จะสื่อสารระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็น โดยผ่านผู้อำนวยความสะดวกฝ่ายมาเลเซีย ทั้งนี้มาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งมีการปรับมาตรการให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงในช่วงปลายเดือนรอมฎอนเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆนั้น ขณะนี้ได้เร่งปรับมาตรการต่างๆ แล้ว ต้องยอมรับว่า เนื่องจากกลุ่มที่เห็นต่างก็ต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นความก้าวหน้าในการเปิดโอกาสพูดคุยซึ่งกันและกัน


