ตำรวจจัดคุมเข้มความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลระหว่างประชุมครม.ขั้นสูงสุด
หลังจากศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย และดุสิต โดยมีการปิดถนนหลายสายบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และสถานที่สำคัญ ส่งผลให้การจราจรในช่วงเช้าที่ผ่านมา ติดขัดสลับหยุดนิ่งหลายจุด โดยเฉพาะเส้นทางรอบทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภามีปริมาณรถมาก รถสามารถเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ มีการชะลอตัวบางจุด ประชาชนจึงใช้เส้นทางเลี่ยงตามที่ ศอ.รส.แนะนำคือ ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ถนนพระราม 5 ถนนราชสีมา และถนนอำนวยสงคราม ทำให้จำนวนรถในเส้นทางเลี่ยงมีปริมาณหนาแน่น
ขณะที่ทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นสถานที่ราชการที่สำคัญ ในวันนี้มีการประชุม คณะรัฐมนตรีได้มีการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณภายในและโดยรอบ เป็นมาตรการที่เข้มงวดอย่างสูงสุด โดยมีการสแกนรถที่เข้าออกทำเนียบรัฐบาลทุกคัน สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาล ก็มีมาตรการรักษาความปลอดภันอย่างเข้มงวดขั้นสูงสุด โดยเปิดให้เข้าออกที่ทางประตูสะพานอรทัยเพียงประตูเดียว และห้ามนำรถที่ไม่มีสติ๊กเกอร์ที่ทางทำเนียบรัฐบาล กำหนดไว้ผ่านเข้าออกโดยเด็ดขาด
ส่วนบริเวณถนนโดยรอบทำเนียบรัฐบาล มีการนำแท่งคอนกรีต หรือ แบริเออร์ และรั้วลวดหนามมาวางไว้และมีป้ายประกาศว่า ทำเนียบรัฐบาลเป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบรถทุกชนิด และบุคคลที่ผ่านเข้าออกโดยละเอียด ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 9 กองร้อย และพร้อมเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำการรักษาความปลอดภัยอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล
สำหรับบรรยากาศการดูแลรักษาความปลอดภัยที่บ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ภายในซอยโยธินพัฒนา 3 ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 โดย พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เผดิมชิต ผบก.น.4 เปิดเผยว่า ตามแผนการดูแลความปลอดภัยบ้านพักบุคคลสำคัญ ในช่วงการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทาง บก.น.4 ได้จัดกำลังเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยบ้านพักนายกรัฐมนตรี และพื้นที่โดยรอบ จำนวน 2 กองร้อย อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์ในภาพรวมยังคงเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งแม้จะอยู่นอกพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่การรักษาความปลอดภัยยังคงทำอย่างเต็มกำลัง และจะพิจารณาปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติของกำลังที่ประจำพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยเฉพาะในวันที่ 7 สิงหาคม ที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้





