วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการไม่เห็นด้วย ตร.ดำเนินคดี'เสริมสุข'

นักวิชาการไม่เห็นด้วยตำรวจจ่อดำเนินคนดี "เสริมสุข"บ.ก.ข่าวการเมืองและความมั่นคง "ไทยพีบีเอส"หลังโพสต์ข้อความในลักษณะจะมีการปฏิวัติ

ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ นักวิชาการอิสระด้านสื่อ กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจอาจดำเนินคดีกับนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บ.ก. ข่าวการเมืองและความมั่นคง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่กฎหมายแผ่นดิน เกิดความปั่นป่วนซึ่งจะก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักรและความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 นำข้อมูลที่ไม่เหมาะสมเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ กรณีที่มีการโพสต์ข้อความในลักษณะจะมีการปฏิวัติ รัฐประหาร ว่า ถ้าตำรวจใช้มาตรฐานอย่างนี้ ก็ต้องใช้เป็นระเบียบปฏิบัติร่วมกันในทุกเรื่องของการใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ใช่ใช้เฉพาะเรื่องที่อ่อนไหวต่อรัฐบาล พอรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงฯ ซึ่งเป็นความอ่อนไหว หวาดกลัวของรัฐบาล นักการเมือง ตำรวจก็อ่อนไหวในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ตอบสนองทางการเมือง

"การที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับคุณเสริมสุข ในข้อหาดังกล่าวเป็นการเกินกว่าเหตุหรือเปล่า เป็นการเชือดคอไก่ให้ลิงดู เพราะคุณเสริมสุข เป็นสื่อ แต่ถึงแม้คุณเสริมสุข จะอยู่สายข่าวการเมือง แต่การโพสต์ของคุณเสริมสุข ก็เป็นเรื่องของตัวคุณเสริมสุข เป็นเรื่องของปัจเจกชน ซึ่งคุณเสริมสุข อาจมีเจตนาให้ประชาชนเตรียมพร้อมตั้งรับกับสถานการณ์มากกว่า มนุษย์ห่วงใยกันไม่ได้หรือ และไม่เกี่ยวกับสื่อที่คุณเสริมสุข ทำงานอยู่ และการโพสต์ข้อความในลักษณะนี้ก็ไม่ใช่การกล่าวหาใคร คนที่พบเห็นข้อความจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ และในเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียสามารถตักเตือนตามลำดับชั้นได้อยู่แล้ว หากตำรวจเห็นข้อความที่มีการโพสต์ว่าจะมีการปฏิวัติรัฐประหาร ก็สามารถตอบโต้กลับไปได้ เช่น บอกว่าไม่เป็นความจริง อย่าไปเชื่อและการใช้โซเชียลมีเดีย ก็ใช้ติดต่อกันเฉพาะกลุ่มเพื่อนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หากไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ก็โพสต์กันไม่ถึงอยู่แล้วไม่เหมือนหนังสือพิมพ์ " ดร.เอื้อจิต กล่าว

ดร.ดรุณี หิรัญรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านนิเทศศาสตร์ อดีตคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ต้องดูที่เจตนาของคนที่โพสต์ข้อความว่ามีเจตนาอย่างไร ต้องดูข้อมูลที่นายเสริมสุข มีอยู่ว่ามีอะไรบ้าง และต้องดูว่าสามารถเปิดเผยถึงที่มาหรือแหล่งข่าวได้หรือไม่เพราะในบางครั้งสื่อมวลชชน ก็ไม่สามารถเปิดเผยแหล่งข่าวหรือที่มาของข่าวได้