"นพดล"วอน"อภิสิทธิ์"หยุดสร้างความขัดแย้ง มีน้ำใจนักกีฬา หยุดยุลูกพรรคปลุกม็อบ เชื่อนิรโทษจุดเริ่มปรองดอง
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ควรหยุดสร้างความขัดแย้งในบ้านเมือง ควรจะปรามสมาชิกพรรคให้ยึดมั่นในกติกาประชาธิปไตย ไม่ใช่ตั้งเวทีบิดเบือนความจริง ปล่อยให้ลูกพรรคประกาศบนเวทีว่าจะไปนำม็อบมาล้มรัฐบาล ซึ่งถือว่าไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ ควรมีสำนึกว่าตนเองเคยสร้างความขัดแย้งทางการเมืองในปี 2548 โดยประกาศบอยคอตการเลือกตั้งและขอนายกฯพระราชทานตามมาตรา 7 และในปี 2551 ก็อยากจะเป็นนายกฯ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความชอบธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีเสียงข้างมากในสภาฯ แพ้การเลือกตั้งเพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็พยายามทุกวิถีทางที่จะตั้งรัฐบาลที่ฝืนความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ จึงมีการประท้วงและนำไปสู่ความขัดแย้งในบ้านเมืองจนมีการสลายการชุมนุมและมีคนล้มตายและบาดเจ็บจำนวนมากในปี 2553
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์แม้ในอดีตจะไม่ได้เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวิถีทางที่ควรจะเป็น แต่นายอภิสิทธิ์ควรจะมีน้ำใจนักกีฬาที่จะให้รัฐบาลบริหารประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่มอบเสียงข้างมากให้กับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และหลีกเลี่ยงการก่อความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งด้วยการไม่สนับสนุนสมาชิกของตนในการนำม็อบเคลื่อนไหวนอกสภาฯ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เคยบอกเองไม่ใช่หรือว่าเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา หรือตอนนี้เวลาเปลี่ยนอุดมการณ์เปลี่ยนไปแล้ว อยากถามว่าเชื่อมั่นในระบอบประท้วงบนท้องถนนใช่หรือไม่
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณเห็นแก่ตัวจึงมีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมในสภาฯ อยู่ในขณะนี้นั้น ความจริงคำนี้น่าจะเหมาะกับนายอภิสิทธิ์มากกว่า และควรจะรู้ตัวเองว่าเทียบอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เลย เพราะคนยังจำผลงานของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 30 บาทรักษาทุกโรค สนามบินสุวรรณภูมิ เอสเอ็มแอล และโอท็อปได้ แต่ผลงานของนายอภิสิทธิ์ที่ประชาชนจำได้เห็นจะมีแต่การแจกเช็ค 2,000 บาท ผลงานสลายการชุมนุมที่มีคนตายไปกว่า 90 คน และผลงานบอยคอยการเลือกตั้ง
"อยากถามว่าการอยากเป็นนายกฯ ทั้งๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เลือก เป็นการเห็นแก่ตัวหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมในสภาฯ ในขณะนี้ ไม่ได้ยกโทษให้แกนนำและคนอื่น ๆ ฉะนั้นการคัดค้านของนายอภิสิทธิ์จะใจดำกับประชาชนมากเกินไป เพราะการนิรโทษกรรมจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองที่คนไทยจะหันหน้าเข้าหากัน ให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า"นายอภิสิทธิ์ กล่าว


