"เกียรติ"เอือมพลังงาน ออกมาตรการฉุกเฉินรับมือน้ำมันรั่วล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ จนผลกระทบรุนแรง ห่วงชาวบ้าน-ชาวประมงไม่ได้รับการเหลียวแล
นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นกรณี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ทำให้เกิดปัญหาน้ำมันรั่วกลางทะเลในจังหวัดระยองว่า การแก้ปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉินของหน่วยงานภาครัฐ อย่างกระทรวงพลังงานเป็นไปด้วยความล่าช้า จนกระทั่งน้ำมันที่รั่วลามจนถึงชายฝั่งเกาะเสม็ด ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รมว.พลังงาน ซึ่งทางไปดูที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังไม่มีมาตรการออกมาแก้ผลกระทบประชาชนในพื้นที่และสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ทั้งที่ควรจะดำเนินการได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่านี้
นายเกียรติ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานและรัฐบาล ควรเร่งให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบดูว่า เหตุการณ์ร้ายแรงนี้ เกิดขึ้นจากอะไร ไม่ใช่ฟังแต่ข้อมูลจากทางบริษัท ปตท. เพียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาประชาชนรู้สึกว่าข้อมูลยังค่อนข้างคลุมเครือ และมีข้อสงสัยจำนวนมาก รวมทั้งต้องตรวจสอบว่าการรั่วไหลเป็นอุบัติเหตุ ความตั้งใจ หรือเกิดจากความหละหลวมทางด้านเทคนิค
ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐ ต้องออกไปสำรวจข้อเท็จจริงควบคู่ไปกับปตท.ด้วย และต้องมองไปถึงมาตรการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ของแหล่งขุดเจาะอื่นๆให้มีมาตรฐานที่ชัดเจนเช่นเดียวกัน เพราะแหล่งขุดเจาะน้ำมันส่วนใหญ่ของประเทศไทย อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว กระจายทั้งในทะเลอ่าวไทยและอันดามัน หากเกิดความเสียหายขึ้นอีกผลกระทบจะรุนแรงมากต้องใช้เวลาฟื้นตัว 5-10 ปี
ส่วนกรณีที่ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ออกมาระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับ บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล แต่อยากจะใช้วิธีการเจรจามากกว่านั้น นายเกียรติ มองว่า ตรงนี้เป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถฟ้องร้องได้อยู่แล้ว และตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมก็ระบุว่าผู้ที่ก่อความเสียหายให้แก่สภาพแวดล้อม ต้องเป็นผู้จ่ายชดใช้ ส่วนตัวจึงไม่เห็นด้วยกับรมว.พลังงาน ที่ควรทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม คิดว่าการฟ้องร้องควรเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพราะขณะนี้รัฐบาลต้องมุ่งเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชนก่อน
"สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการคือให้ข้อแนะนำ ในการดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่และชาวประมงว่าจะต้องทำอย่างไร จะเยียวยาเขาอย่างไรให้ดีที่สุด รวมถึงตรวจสอบคุณภาพอาหารต่างๆที่มาจากทะเลว่ามีคุณภาพต่อการบริโภคหรือไม่ จากนั้น กระทรวงพลังงานต้องใส่ใจ ยกระดับ มาตรฐานการดูแล และตรวจสอบตามจุดต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีในการขุดเจาะ ที่จะมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือผู้รับผิดชอบต้องชัดเจนระหว่าง กระทรวงพลังงาน หรือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ" นายเกียรติระบุ





