วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งรพ.กรุงเทพจ่ายกว่า10ล้านชดใช้ชาวญี่ปุ่น

ศาลแพ่งพิพากษาแม่ชาวญี่ปุ่นชนะคดีฟ้องรพ.กรุงเทพ ผ่าตัดทำคลอดจนเกิดแผลไฟไหม้ยาว30ซม. จากการใช้เครื่องห้ามเลือดไฟฟ้าช็อต

ศาลอ่านคำพิพากษาคดีผู้บริโภค หมายเลขดำ ผบ.1461/2555 ที่ น.ส.มิคาโยะ อิโตะ อายุ 42 ปี ชาวญี่ปุ่น ภรรยาของ ด.ต.ณรงค์ เหล่าสิงห์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลกรุงเทพ , นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์ แพทย์สูตินารีเวช และบริษัท โควีเดียน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำเลยที่ 1 - 3 เรื่องละเมิดจากการบริการ และเรียกค่าเสียหายจำนวน 82,638,252.90 บาท กรณีที่โจทก์ไปทำคลอด รพ.กรุงเทพ และเกิดบาดแผลหลังทำคลอดบริเวณลำตัวลักษณะเป็นแผลไฟไหม้ระดับ 3 รอยไหม้กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร จากบริเวณราวนมด้านขวาลงไปถึงต้นขาขวา ที่เกิดจากการช็อต ของเครื่องห้ามเลือดไฟฟ้าซึ่งจำเลยที่ 3 จัดจำหน่าย จนโจทก์ไม่สามารถสวมใส่ชุดชั้นในได้ตามปกติ เพราะเมื่อถูกรัดโดนบริเวณแผลจะทำให้เจ็บปวด จนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

คดีนี้โจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.55 ระบุว่า ในวันที่ 25 ก.พ.55 โจทก์ไปทำคลอดที่ รพ.กรุงเทพ ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทำคลอดบุตร เริ่มการผ่าตัดเมื่อเวลา 07.00 น. แพทย์ทำการบล็อกหลัง ก่อนผ่าตัดเปิดแผลเพื่อนำตัวเด็กออกจากครรภ์ ระหว่างจำเลยที่ 2 ทำการผ่าตัดอยู่นั้น โจทก์ได้กลิ่นไหม้อย่างรุนแรง พร้อมกับได้ยินเสียงของจำเลยที่ 2 ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจว่า “ปิดแผลก่อนๆ” ขณะนั้นโจทก์ไม่ทราบว่าเกิดเหตุผิดปกติอะไร เนื่องจากเกิดอาการชาอวัยวะท่อนล่าง กระทั่งมาทราบภายหลังว่าเกิดเหตุไฟไหม้ที่บริเวณข้างลำตัวด้านขวาอย่างรุนแรง เมื่อเครื่องห้ามเลือดไฟฟ้าที่จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดจำหน่ายที่ใช้สำหรับจี้ห้ามเลือดจากแผลผ่าตัด เกิดช็อต ขัดข้อง ทำให้ไฟลุกลามจนเกิดบาดแผลที่ข้างลำตัวผิวหนังกำพร้า หนังแท้ ต่อมเหงื่อ และเซลประสาทถูกไฟไหม้ ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า“DEEP BURN” เป็นแผลไฟไหม้ระดับ 3 รอยไหม้กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 30 เซ็นติเมตร จากบริเวณราวนมด้านขวาลงไปถึงต้นขาขวา เป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยทั้งสาม โดยจากเหตุดังกล่าวทำให้โจทก์ ต้องเข้ารับทำความสะอาดแผล ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.-17 มี.ค.55 รวม 21 วัน อีกทั้งการทำความสะอาดแผลต้องถูกดมยา หรือฉีดยาเพื่อให้หมดสติทุกครั้ง ส่งผลกระทบต่อความจดจำของโจทก์ ซึ่งวันที่ 31 มี.ค.55 แพทย์ยังได้ทำการผ่าตัดนำผิวหนังที่โคนขาขวา กว้าง 10 เซ็นติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 5 แผ่น ไปปิดปากแผลบริเวณลำตัวที่เกิดจากไฟไหม้เพราะผิวหนังบริเวณดังกล่าวตายไป โดยบาดแผลดังกล่าวยังทำให้โจทก์ไม่สามารถสวมใส่ชุดชั้นในได้ตามปกติ เพราะเมื่อถูกรัดโดนบริเวณแผลจะทำให้เจ็บปวด จนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เหตุเกิดที่ รพ.กรุงเทพ เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.

โดยวันนี้ น.ส.มิคาโยะ โจทก์ เดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมด้วย ด.ต.ณรงค์ เหล่าสิงห์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี สามี และนายกิตติพันธ์ ดวงภักดี ทนายความ

ภายหลัง นายกิตติพันธ์ ดวงภักดี ทนายความของ น.ส.มิคาโยะ เปิดเผยว่า ศาลแพ่งมีคำพิพากษา บริษัท กรุงเทพ ฯ ผู้ประกอบกิจการ รพ.กรุงเทพ และ นพ.ธีระ ให้จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ รวม 10,273,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี ตั้งแต่วันเกิดเหตุที่ 25 ก.พ.55 และค่าทนายความ แทนโจทก์ 30,000 บาท และให้ยกฟ้อง บริษัท จำเลยที่ 3 เนื่องจากเห็นว่า จำเลยที่ 1 -2 เป็นการกระทำโดยประมาท โดยจำเลยที่ 2 แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดมีหน้าที่ต้องควบคุมและตรวจสอบการผ่าตัดทำคลอด แต่จำเลยประมาทไม่ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ ทำให้เกิดไฟฟ้าช็อต จนเกิดแผลไหม้ที่บริเวณลำตัวของโจทก์

นายกิตติพันธ์ ทนายความ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายแล้ว นางมิคาโยะ ยังได้แจ้งความไว้ที่ สน. มักกะสัน ดำเนินคดีอาญากับ รพ.กรุงเทพ และ นพ.ธีระในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า

ขณะที่ น.ส.มิคาโยะ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นยังไม่เคยได้รับคำขอโทษจากฝ่าย รพ.กรุงเทพ และแพทย์เลย กลับปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ผิดทั้งที่เรื่องนี้ฝ่ายจำเลย ทราบอยู่แล้วว่าได้ทำผิดมาตั้งแต่ต้น แต่ไม่เคยใส่ใจดูแลใดๆ เลย อย่างไรก็ดีปัจจุบันตน ยังมีอาการตึงและคันที่แผลอยู่เสมอ ซึ่งต้องทำการรักษาบาดแผลอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

"กว่าจะมีคำพิพากษาในวันนี้ต้องใช้เวลานานถึงครึ่งปี ดังนั้นหากใครที่พบเจอเหตุการณ์อย่างตน ขอให้จดบันทึกในทุกๆวัน เพราะจะช่วยเตือนความจำขณะที่เกิดเหตุได้ว่าความรู้สึก ณ ตอนนั้นเป็นอย่างไร รวมถึงการบันทึกภาพเป็นหลักฐานด้วย จะช่วยให้สามารถต่อสู้คดีในชั้นศาลได้" น.ส.มิคาโยะ ระบุ