"เอแบคโพลล์"ชี้ประชาชน80.1%เปลี่ยนรัฐบาลแล้วปัญหาทุจริตคอรัปชั่นไม่ลดลง เพียงแค่19.9% คิดว่าจะลดลง
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องสถานการณ์การเมืองหลังเปิดประชุมสภา และเสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ การทำรัฐประหาร และทางออกของประเทศ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ
นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สถานการณ์การเมืองหลังเปิดประชุมสภา และเสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ การทำรัฐประหาร และทางออกของประเทศ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา จันทบุรี นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ มุกดาหาร หนองคาย ชัยภูมิ ขอนแก่น สุรินทร์ อุดรธานี พัทลุง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 1,987 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 - 27 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน
เมื่อสอบถามความคิดเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองหลังจากเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.1 คิดว่าการเมืองจะรุนแรง ในขณะที่ร้อยละ 40.9 ไม่คิดว่าการเมืองจะรุนแรง
เมื่อสอบถามถึง สิ่งที่อยากให้มีการพูดคุยกันมากที่สุดในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ พบว่า อันดับที่หนึ่งคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.9 ระบุว่าการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้อยากให้พูดคุยเรื่องปัญหาปากท้องกันมากที่สุด
เมื่อสอบถามถึงการที่ประชาชนออกมาเรียกร้องบนท้องถนนให้เปลี่ยนรัฐบาลนั้นจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้นหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.7 ไม่คิดว่าถ้าเปลี่ยนแล้วจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 37.3 คิดว่าถ้าเปลี่ยนแล้วจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.0 ไม่คิดว่าจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลต่อไปแล้วยังคงทำงานเหมือนเดิม ในขณะที่ร้อยละ 33.0 คิดว่าจะดีขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 65.2 ไม่คิดว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วประเทศชาติจะดีขึ้น แต่ร้อยละ 34.8 คิดว่าจะดีขึ้น เมื่อสอบถามถึงการทำรัฐประหาร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.8 ไม่คิดว่าการทำรัฐประหารจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น
ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.1 ไม่คิดว่าถ้าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจะลดลง ในขณะที่ร้อยละ 19.9 คิดว่าจะลดลง อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.8 คิดว่าถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลต่อไปแล้วยังคงทำงานเหมือนเดิมจะไม่สามารถทำให้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นลดลงได้ ในขณะที่ร้อยละ 22.2 คิดว่าจะลดลง อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 77.5 ไม่คิดว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจะลดลง ในขณะที่ร้อยละ 22.5 คิดว่าจะลดลง นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 77.4 ไม่คิดว่าการทำรัฐประหารจะทำให้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจะลดลง ในขณะที่ร้อยละ 22.6 คิดว่าจะลดลง
แต่ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.5 คิดว่าการเปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลให้ประชาชนได้ตรวจสอบจะช่วยลดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นได้ มีเพียงร้อยละ 16.5 ไม่คิดว่าจะช่วยได้ นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.7 คิดว่า การให้ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ประเมินผลงานเจ้าหน้าที่รัฐและใช้เสียงของประชาชนมีผลต่อการโยกย้าย ให้คุณให้โทษเจ้าหน้าที่รัฐและการจัดงบประมาณในพื้นที่ จะช่วยทำให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานเพื่อความสุขของประชาชนในพื้นที่ได้





