"อภิสิทธิ์"เสนอรัฐบาลถอนร่างนิรโทษฯล้างผิดออกจากสภา เริ่มกระบวนการปรองดองที่แท้จริง พิสูจน์ทำเพื่อประชาชน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว ถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมว่า ไม่มีอะไรที่แตกต่างไปจากแนวคิดของนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็สอดคล้องกับสิ่งที่ตนพูดผ่านเวทีผ่าความจริง ว่า เราสามารถนำร่างของนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดานางสาวกมนเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตช่วงการชุมนุมปี 53 มาเป็นตัวตั้งได้
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า แต่นายอลงกรณ์ให้ย้อนไปถึงปี2548 คือไม่ใช่แค่นิรโทษกรรมเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงและ ไม่นิรโทษกรรมพวกเผาสถานที่ราชการ คนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่นิรโทษกรรมคนทุจริต ก็ตรงกัน เพราะตนยืนยันว่าไม่ควรมีการนิรโทษกรรมคนที่ทุจริต หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และไม่ครอบคลุมคนที่มุ่งประทุษร้ายชีวิตและทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นของราชการหรือเอกชน เพียงแต่ว่าแนวทางการดำเนินการต้องมาพูดคุยกัน เพราะตนยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่า สาเหตุที่พรรคไม่เสนอกฎหมายนี้ตั้งแต่ต้น เพราะว่าถ้าเสนอเข้าไปรัฐบาลจะใช้เสียงข้างมากอ้างว่า ทุกพรรคเสนอแล้วเอาไปรวมพิจารณากับร่างที่เป็นปัญหาก็จะเกิดความขัดแย้งในสังคม ซึ่งตนยังมีความเห็นที่เป็นจุดยืนว่ารัฐบาลต้องเริ่มจากการถอนทุกร่างที่อยู่ในสภาออกมาก่อนเพราะไม่สอดคล้องกับหลักการที่เราสนับสนุน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากจะมีการดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ควรจะทำให้เป็นการปรองดองอย่างแท้จริง เพราะหากยังคากฎหมายเหล่านั้นไว้ในสภาไม่ว่ากฎหมายฉบับไหนเข้าไปในสภา ก็จะถูกเสนอให้พ่วงฉบับล้างผิดคนโกง ล้างผิดคนเผาตลอดเวลา จะทำให้เกิดความขัดแย้ง รัฐบาลจึงต้องเป็นผู้แสดงท่าทีว่าจะใช้เรื่องนี้เป็นกระบวนการปรองดองด้วยการถอนกฎหมายของตัวเองออกมา แล้วมานั่งหาเวที หรือกลไกคุยกันว่าจะเสนอร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้พรรคยังไม่ได้ประชุมส.ส.แต่แนวคิดที่คุยกันก็สอดคล้องกันหมดว่าเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมหากจะมีก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้
"แนวทางที่จะนำไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริงนั้น ทำไมไม่ให้ทุกพรรคการเมืองและญาติผู้เสียชีวิตจะเป็นญาติฝ่ายผู้ชุมนุม ญาติตำรวจ ทหารที่เสียชีวิตและกลุ่มมวลชนต่างๆ มาร่วมกันพิจารณาในหลักง่ายๆว่า คดีแต่ละประเภท คดีประเภทไหนสมควร หรือไม่สมควรที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ถ้าได้จุดร่วมตรงไหน ก็เสนอตรงนั้นก็จะเป็นกระบวนการปรองดอง ซึ่งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง หรือคอป. สามารถเข้ามามีบทบาทได้ แม้ว่าจะหมดวาระไปแล้ว แต่ผมเคยเสนอว่าเขาควรมีกลุ่มที่เป็นหลักในการติดตามเพื่อสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามแนวคิดที่เขานำเสนอ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าคอป.ยังมีการรวมตัวอยู่มากน้อยแค่ไหน แต่เขาอยู่ในฐานะที่ดีที่จะช่วยพยายามทำเรื่องนี้ร่วมกัน"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลยังไม่ถอนร่างปรองดอง และนิรโทษกรรมที่ค้างอยู่ในสภาออกไปกระบวนการปรองดองตามแนวทางนี้ ก็ไม่สามารถเริ่มต้นได้ เพราะจะไม่มีหลักประกันความชัดเจนว่าเวลาที่มีการเสนอกฎหมายเข้าไปแล้ว รัฐบาลจะไม่ย้อนกลับไปเอาร่างของตัวเอง ดังนั้นกระบวนการนี้จะเดินหน้าได้ขั้นแรกต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลก่อนว่า อยากปรองดองจริงหรือไม่ ถ้าอยากปรองดองจริง ทำไมเรื่องนี้ที่สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสจากเดิมที่จะมีความขัดแย้งก็มาทำร่วมกัน และเป็นการพิสูจน์ว่าที่พูดเรื่องปรองดองหรือนิรโทษกรรม ตกลงจะทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เพื่อนักการเมือง แกนนำหรือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร





