พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีประชาชนผ่าความ "สาทิตย์" อัดลูกน้องนายกรัฐมนตรี ยก "ยิ่งลักษณ์"เทียบบูเช็คเทียน
ช่วงเย็นวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดเวทีประชาชนผ่าความจริง "หยุดกฏหมายล้างผิด คิดล้มรัฐธรรมนูญ หยุดเงินกู้ผลาญชาติ หยุดอำนาจฉ้อฉล" ที่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขนจากนั้น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยตอนหนึ่งว่า มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเขียนสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าวและเปรียบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นบูเช็คเทียน หรือเป็นฮ่องเต้จีนหญิงคนแรก ซึ่งเมื่ออ่านแล้วก็เกิดคำถามกับผู้เขียนว่า "คุณกำลังคิดอะไรหรือเปล่า" อีกทั้งบูเช็คเทียนมีนิสัยที่โหดและอำมหิตที่สุด ทำทุกทางให้ได้มาซึ่งเป็นฮ่องเต้ แต่ที่หนักกว่านั้นมีบทวิเคราะห์จากเว็บไซค์ว่านอกจากโหดแล้ว ยังมักมากในกามคุณ ทั้งนี้ตนคิดว่าผู้เขียนผิดไปอย่างหนึ่ง เพราะสมัยที่บูเช็คเทียนเศรษฐกิจเขาดี แต่ในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์เศรษฐกิจตกต่ำ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคจัดเวทีผ่าความจริงเป็นครั้งที่ 56 และเกรงว่าการจะอ้างความเป็นกลางและการจราจรติดขัด โดยไม่ให้ใช้สถานที่จัดเวทีทั้งที่เป็นการแสดงออกที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ที่เกิดขึ้นกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครที่ระบุว่ารัฐบาลเตือนมาในเรื่องดัง กล่าวจึงต้องย้ายมาจัดที่รร.ไทยนิยมสงเคราะห์ หากยึดบรรทัดฐานนี้ต่อไปการจัดเวทีของพรรคคงจะมีปัญหาทั้งในกทม.และต่างจังหวัด ซึ่งสวนทางกับที่นายกฯไปพูดในเวทีต่างประเทศทุกครั้งว่าเป็นนักประชาธิปไตย เช่นเดียวกับกรณีมวลชนกลุ่มหนึ่งยึดวงเวียนหลักสี่ตั้งหมู่บ้านหากเป็นมวล ชนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้สนับสนุนรัฐบาลคงถูกตำรวจและฝ่ายต่างๆจัดการไปนานแล้ว แต่กลายเป็นว่าวันนี้กลุ่มมวลชนที่หนุนรัฐบาลกำลังอยู่เหนือกฎหมาย จึงขอเตือนเจ้าหน้าที่ ข้าราชการว่าการเลือกปฏิบัติจะติดตัวไป การที่คิดว่ารับใช้ผู้มีอำนาจแล้วจะช่วยในหน้าที่การงานได้ มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วกรณีอดีตรมว.ไอซีทีและข้าราชการใหญ่ในกระทรวงที่ถูก ปปช.ชี้มูลเป็นผลพวงของการใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกต้อง จึงขอเตือนข้าราชการและให้กำลังใจข้าราชการที่ดีว่าอย่ายอมจำนนต่ออำนาจการ เมืองที่ไม่ถูกต้อง และยืนยันจะจัดเวทีต่อไปทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อถึงกรณีร่างพรบ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนของนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมนเกด อัคฮาดหรือน้องเกด ที่มีการบิดเบือนว่าผมและนายสุเทพ เห็นด้วยเพราะพยายามโยงความผิดให้ทหารในเหตุการณ์ชุมนุมการเมืองปี 53 ว่า ขอยืนยันว่าสันดานของพวกผมไม่เหมือนของพวกท่านที่ปากบอกอย่างแต่พฤติกรรม กลับไปคุยกับทหารว่าขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้จะไม่เอาผิดถึงทหาร ผมยืนยันความบริสุทธิ์และพร้อมในชั้นศาลตามกระบวนการยุติธรรม หากทุกฝ่ายเห็นด้วยว่าจะไม่นิรโทษกรรมให้กับความผิดที่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ คดีอาญาทำร้ายเจ้าหน้าของรัฐ ฆ่า และเผาบ้านเมือง หากเห็นตรงกันเช่นนี่มาคุยในรายละเอียดกัน บ้านเมืองเดินต่อได้เราจะนิรโทษกรรมให้กับประชาชน แต่แกนนำคนสั่งการไม่เกี่ยวเพื่อพิสูจน์หาว่าใครเป็นฆาตกรตัวจริง เพราะเวทีพูดแต่ความจริงพาบ้านเมืองไปในทางที่ถูกต้อง ทั้งหมดเป็นจุดยืนของพรรค สัปดาห์หน้าเจอกันที่สวนเบญจสิริ





