หนุ่มเพี้ยนคลั่ง"สมีคำ"เผาจักรยานยนต์ประท้วงหน้าดีเอสไอ เผยไม่พอใจที่ให้ความเคารพศรัทธา
ร.ต.อ.วิทยา คงทอง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุ มีคนจุดไฟเผารถจักรยานยนต์ ที่บริเวณทางเข้าด้านหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวง ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และสายตรวจ สน.ทุ่งสองห้อง
ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า คลิ๊ก สีขาวดำ ทะเบียน คกท 481 อุบลราชธานี ใกล้กับรถจยย.ที่เหลิงกำลังลุกไหม้ มีชายหนุ่ม แต่งกายคล้ายนักศึกษา สวมเสื้อเชิ๊ตขาว กางเกงสแล็กสีดำ ยืนชูป้ายกระดาษขนาดประมาณเอสี่หลายแผ่น มีข้อความเขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงว่า"ขอความเป็นธรรมให้หลวงปู่เณรคำ" "หลวงปู่เณรคำถูกใส่ร้าย" "เรียกร้องความยุติธรรมให้กับหลวงปู่เณรคำ"และ"ผู้ศรัทธาหลวงปู่เณรคำ" โดยเหตุดังกล่าวส่งผลให้การจราจร บน ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าดีเอสไอติดขัดต่อเนื่อง จากนั้นเจ้าหน้าที่รปภ.ประจำดีเอสไอ ได้ช่วยกันใช้ถังดับเพลิงฉีดจนเพลิงสงบ แต่รถจยย.คันดังกล่าวถูกไหม้เสียหายทั้งคันเหลือแต่ซาก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ชายดังกล่าวซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายสุพรรณ ก้อนหิน อายุ 23ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 209 ม.16 ต.กลาง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี พร้อมซาก รถ จยย.มาสอบสวน ที่ สน.ทุ่งสองห้อง
จากการสอบสวนนายสุพรณ ให้การอ้างว่า ตนเองเป็นลูกศิษย์ที่มีความศรัทธา ในคำสอนของหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากเคยได้ฟังเทศน์เมื่อ2ปีก่อน ที่ ม.รามคำแหง2 โดยเมื่อช่วงเช้าได้พยายามขอเข้ายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ หลวงปู่เณรคำ ที่ ชั้นที่3 อาคารดีเอสไอ แต่เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ได้แต่รับหนังสือร้องเรียนเอาไว้ และเให้ตนกลับ ทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจ จึงออกมาที่หน้าถนน แล้วเดินไปชูป้ายประท้วงที่ตนเขียนข้อความใส่กระดาษเอสี่มา จากนั้นตนได้เปิดฝาถังน้ำมันรถ จยย.ของตัวเอง แล้วตะแคงรถให้น้ำมันไหลออกมาทำการ จุดไฟเผารถ พร้อมกับโยนกระเป๋าเป้ของตนเเผารวมไปด้วย เพื่อระบายความรู้สึกไม่พอใจที่ตนมีต่อดีเอสไอ ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องที่ตนมาร้องขอความเป็นธรรมให้กับหลวงปู่เณรคำที่ตนเคารพศรัทธา โดยที่ก่อเหตุครั้งนี้ไม่ได้ประชดแต่อย่างใดตนไม่ได้มีการเตรียมการหรือตั้งใจจะมาเผารถประชดแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจสอบประวัติ ของ นายสุพรรณ พบ ปัจจุบันยังไม่มีงานทำโดยพักอยู่กับพี่สาว ที่ย่าน ม.รามคำแหง2 นอกจากนี้ยังพบว่า มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อย่างรุนแรง ซึ่งรับการรักษาตัว อยู่กับ รพ.มนารมย์ บางนา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ จะไทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดกับนายสุพรรณ ก่อนจะติดต่อให้ทาง พี่สาว ของ นายสุพรรณ ให้นำหลักฐานการรักษาตัวมาแสดง หากทางแพทย์ยืนยันว่าเป็นผู้มีอาการป่วยทางจิต ก็ไม่ถูกดำเนินคดีข้อหาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ





