ดีเอสไอตรวจสอบทรัพย์สิน"สมีคำ"ที่จ.อุบลฯ ทั้งบ้าน ทองและรถหรู พบซื้อบ้านจัดสรรราคา2ล้านเศษถึง 3 หลัง ซื้อจริงหลังเดียว
นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ หัวหน้างานข้อมูลและการวิเคราะห์ สำนักคดีความมั่นคงดีเอสไอ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนเดินทางไปที่ร้านทองทรงเจริญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีมีข้อมูลเชื่อมโยงระบุว่า ร้านทองทรงเจริญ เคยรับซื้อทองรูปพรรณของอดีตเณรคำ ประกอบกับเจ้าของร้านทองทรงเจริญยังเป็นเจ้าของหมู่บ้านเพชรไพลิน อยู่ที่ถนนชยางกูร หมู่ 23 ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี ซึ่งดีเอสไอมีข้อมูลว่า อดีตเณรคำ ซื้อบ้านจัดสรร ขนาด 50 ตารางวา 3 หลัง ๆ ละประมาณ 2.5-2.8 ล้านบาท ที่นายวิรพลซื้อบ้านไว้ให้พี่ชายและน้องชาย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินมีการจดทะเบียนในชื่อของคนใกล้ชิด ดีเอสไอ จึงได้เดินทางมาตรวจสอบว่าใครเป็นคนซื้อบ้าน พร้อมตรวจสอบว่ามีการนำเงินอะไรมาซื้อ เป็นเงินของมูลนิธิหรือเงินบริจาคหรือไม่หรือเป็นเงินส่วนตัว หากพบว่ามีการนำเงินที่ได้จากการบริจาคมาซื้อบ้าน ดีเอสไอก็จะอายัดต่อไป
นางเกศินี โอบอ้อมกุล เจ้าของร้านทองทรงเจริญ และเจ้าของโครงการหมู่บ้านเพชรไพลิน กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ.2553 อดีตพระเณรคำได้ให้ตำรวจทางหลวงคนสนิท มาติดต่อขอเช่าและซื้อบ้าน 3 หลัง โดยบ้านหลังแรกมีพ่อแม่และญาติของอดีตพระเณรคำเข้ามาพักอาศัย ส่วนอีก 2 หลังแจ้งว่าจะขอซื้อ ในราคา 2.5 ล้าน และ 2.8 ล้านบาท แต่เมื่อเข้ามาอยู่ได้ 6-7เดือนก็ย้ายออกไปทั้งสองหลัง ไม่มีการติดต่อชำระเงินหรือโอนบ้านแต่อย่างใด จึงได้แจ้งให้ขนย้ายข้าวของออกจากบ้านและคิดค่าเสียหาย 2 แสนบาท โดยก่อนหน้านี้พระเณรคำอ้างว่าต้องการซื้อบ้านไว้ให้พี่ชายและน้องชาย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนในเรื่องของทองคำก็มีแต่ลูกศิษย์ของเณรคำได้นำเศษทองคำมาขายเท่านั้น สำหรับการรับซื้อทองรูปพรรณก็มีไม่มาก ไม่มีการนำทองมาขายเพื่อซื้อบ้านแต่อย่างใด และก็ถือเป็นผู้เสียหายรายหนึ่งเช่นเดียวกัน
หลังสอบปากคำแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เดินทางไปตรวจสอบร้านรับซื้อ -ขาย-แลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง หจก.ภรณ์เจริญมอเตอร์ของนายธนิต ศรีธัญญรัตน์. ตั้งอยู่ที่ ถนนเลี่ยงเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลฯ และหจก.มงคล คาร์เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่ 11 หมู่ที่ 18 ถ.ชยางกูร ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลฯ ของนายมงคล จุลทัศน์ เพื่อสอบปากคำเจ้าของเต้นท์ หลังมีข้อมูลพบว่าเป็นผู้รับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ของนายวิรพล ซึ่งทั้งสองร้านให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถหรูหรือการจัดไฟแนนซ์รถยนต์ของสมีคำแต่อย่างใด
นายอังศุเกติ์ กล่าวว่า เดินทางมาตรวจสอบที่ร้านทองทรงเจริญ ใน 2 ประเด็นจากแนวทางการสืบสวนที่ได้รับก็คือว่าเป็นร้านทองที่มีการซื้อขายทองคำและทำธุรกรรมเรื่องทองคำให้กับนายวิรพล เบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลส่วนหนึ่งว่ามีการซื้อขายกันบ้างบางส่วนแต่ไม่มากนัก และไม่ได้รับฝากทองคำของเณรคำเก็บไว้ ซึ่งเป็นคำให้การเบื้องต้นซึ่งทางดีเอสไอก็จะสอบสวนเชิงลึกอีกครั้ง อีกส่วนหนึ่งก็คือร้านทองทรงเจริญยังเป็นเจ้าของหมู่บ้านเพชรไพลิน ซึ่งมีข่าวว่าเณรคำได้มาซื้อบ้านที่หมู่บ้านดังกล่าว 3 หลัง ซึ่งทางร้านก็ยอมรับว่ามีการติดต่อซื้อขายจริงและตอนหลังเณรคำไม่ได้จ่ายเงินจึงได้เอาบ้านกลับคืนจากการครอบครองของเณรคำและได้ประกาศขายบ้านดังกล่าวแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีญาติพี่น้องของเณรคำได้มาอาศัยอยู่ช่วงหนึ่งประมาณปีกว่าๆ ส่วนในเรื่องร้านทองอื่นๆนั้นก็จะขยายผลไปเรื่อยๆแต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้มาก


