ดีเอสไอแถลงผลการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ถูกหลอกค้าประเวณีในจ.พังงา-ภูเก็ต บังคับขายกามได้ค่าตัวครั้งละ150บาท
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้พ.ต.ท. คมวิชช์ พัฒนรัฐ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม 1 ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ลงพื้นที่จ.พังงา หลังจากได้รับการประสานจาก สมาคมชาวเมียนม่าร์ในประเทศไทย (Myanmar Association In Thailand หรือ MAT) ซึ่งให้ข้อมูลว่ามีผู้หญิงชาวเมียนมาร์หลายคน (รวมทั้งมีเด็กต่ำกว่า 18 ปี) ถูกบังคับกักขังให้ขายบริการทางเพศ ที่จ.พังงา โดยพบว่า ที่ร้านใบเฟิร์น หมู่ที่ 3 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา เป็นสถานขายบริการทางเพศ และมีบังคับกักขังผู้หญิงชาวเมียนมาร์ให้ขายบริการทางเพศจริง
จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรคุระบุรี จ.พังงา เข้าช่วยเหลือผู้หญิงชาวเมียนมาร์ จำนวน 8 คน อายุระหว่าง 16 - 29 ปี ซึ่งจากการสัมภาษณ์ทั้งหมดให้การตรงกันว่า ถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศทุกวัน แม้ในช่วงที่มีประจำเดือนก็ไม่ให้หยุดทำงาน หากไม่ยินยอมจะถูกทำร้าย , มีการกักขังผู้ที่หลบหนีแล้วจับตัวกลับมาได้พร้อมขู่ฆ่าถ้าจะหลบหนีอีก และได้ค่าตัวครั้งละ 150 บาท แต่ไม่ได้รับเงินจริงเพราะต้องถูกหักค่าใช้จ่ายในการนำมาจากประเทศเมียนมาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่เจ้าของร้านจ่ายไปเสียก่อน รวมทั้งยังยึดโทรศัพท์มือถือและหนังสือเดินทาง ไว้อีกด้วย โดยการนี้ได้จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน และออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 2 คนซึ่งเป็นตัวการสำคัญอยู่ระหว่างหลบหนี
นายธาริต กล่าวอีกว่า การสืบสวนขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้นำผู้หญิงชาวเมียนมาร์ อีกจำนวน 4 คน ไปบังคับขายบริการทางเพศที่จ.ภูเก็ต จึงได้ประสานกับสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ให้ทำการสืบสวนจนช่วยเหลือผู้หญิงชาวเมียนมาร์ทั้ง 4 คนดังกล่าวได้เพิ่มเติม พร้อมจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการเดียวกันได้เพิ่มเติมอีก 2 คน จากการดำเนินการของดีเอสไอในครั้งนี้ สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายชาวเมียนมาร์ได้ทั้งหมด 12 คนและมีผู้ต้องหาใน 2 คดีนี้ รวม 5 คน เป็นคนไทย 4 คน และคนลาว 1 คน ทั้งนี้ ตนได้ประชุมกำชับหน่วยงานต่างๆในสังกัด ให้ช่วยกันดำเนินการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ทั่วประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง


