"ธาริต"เผย"สมีคำ"3ข้อหาหนัก คดีมีอายุความ10ปี เผยรู้ถิ่นที่อยู่ในต่างแดนแล้ว พร้อมประสานให้เพิกถอนวีซ่าผลักดันตัวกลับไทย
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากศาลอาญาว่า ศาลได้อนุมัติหมายจับนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เรรคำ แล้วตามความผิด 3 ข้อหา คือพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และฐานพรากผู้เยาว์ โดยหมายจับมีอายุความ 10 ปี เริ่มตั้งแต่ 2 ก.ค.2556 ถึงวันที่ 2 ก.ค.2566 ซึ่งจะทำให้ดีเอสไอมีเวลาติดตามจับกุมตัว 10 ปี หลังจากนี้จะแจ้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ให้แจ้งไปยังศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร(ศ.ต.ภ.) ดำเนินการติดต่อกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเพิกถอนหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต
ส่วนการเพิกถอนวีซ่าได้ประสานกับทางการประเทศในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งดีเอสไอทราบพิกัดที่อยู่แน่นอนของอดีตพระวิรพลแล้ว ทั้งนี้การเพิกถอนหนังสือเดินทางและวีซ่าจะทำควบคู่กันซึ่งจะเป็นผลให้มีการผลักดันตัวกลับอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับการติดต่อกลับจากประเทศที่นายวิรพลไปพักดีเอสไอจะเดินทางไปรับตัวผู้ต้องที่สนามบินในประเทศนั้น ๆ เอง เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี โดยวิธีดังกล่าวจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว
นายธาริต กล่าวต่อว่า ขอเตือนไปยังลูกศิษย์ของอดีตพระวิรพลว่า หลังจากนี้ให้ระมัดระวังการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม หรือเข้าข่ายข่มขู่ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งดีเอสไอจะดำเนินคดีกับผู้เคลื่อนไหวเหล่านี้อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตามในส่วนของการอายัดทรัพย์สินนั้นล่าสุดดีเอสไอได้ใช้อำนาจดำเนินการเรื่องอายัดโดยมีการออกหนังสือแจ้งไปยังสถาบันการเงินทุกแห่งรวม 141 แห่ง เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์ ส่วนอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ได้ส่งหนังสือถึงกรมที่ดินให้อายัดทรัพย์การทำธุรกรรมทั้งหมดที่เป็นชื่อนายวิรพลเป็นผู้ครอบครอง รวมถึงแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกให้ดำเนินการอายัดรถยนต์ทั้งหมดที่เป็นชื่อของนายวิรพลด้วย ทั้งนี้ ยังทราบว่ามีวัดและพระบางส่วนที่ได้รับมอบรถยนต์ติดต่อจะนำรถมาคืนซึ่งดีเอสไอมีอำนาจในการรับคืนรถเหล่านี้ไปตรวจสอบต่อไป





