วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอชี้พระแก้วมรกตสมีคำแค่ปูนไม่ใช่หยก

ดีเอสไอตรวจสอบพระแก้วมรกตสมีคำ ชี้ทำจากปูนไม่ใช่หยกอินเดียตามกล่าวอ้าง

พ.อ.ชัชนันท์ เชื้ออำนาจ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ชำนาญการพิเศษและคณะ ได้เดินทางพร้อมกับ นายขจร มุกมีค่า ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี เพื่อมาร่วมกันตรวจสอบองค์พระแก้วมรกต องค์จำลองที่สร้างใหญ่ที่สุดในโลก ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ปรากฏพบหลักฐานว่าวัสดุที่สร้างไม่ใช้หยกจากอินเดียอย่างที่กล่าวอ้าง แต่เป็นผงปูนจากโรงงานปูนจังหวัดสระบุรี เก็บตัวอย่างเทียบเคียงกับตัวองค์พระ และเศษปูนที่อ่างเป็นหินที่ตกอยู่รายรอบบริเวณที่สร้าง เพื่อนำไปเป็นหลักฐานดำเนินคดีฉ้อโกงประชาชนผู้ศรัทธาบุญในการบริจาคเงินมาร่วมสร้างองค์พระแก้วต่อไป

อย่างไรก็ตาม วันนี้เดินทางมาตรวจสอบวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกต ที่อ้างว่าสร้างจากหินหยกจากประเทศอินเดีย ซึ่งเมื่อเดินทางมาตรวจสอบกลับพบว่า ที่ด้านท้ายองค์พระแก้วฯ มีเศษวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่อ้างว่าเป็นหินหยก แต่พบกระสอบปูนเขียวๆ และเมื่อนำมาผสมกับน้ำ ผงปูนเขียวดังกล่าวจะแข็งตัวและเป็นคล้ายวัสดุที่นำมาหล่อเป็นแผ่น นำมาติดกันเป็นแผ่นขนาดใหญ่ และนำไปติดตามตัวองค์พระที่หล่อองค์พระด้านในเป็นปูนซิเมนต์ไว้ก่อน ในชั้นนี้จึงเชื่อได้ว่าวัสดุที่นำมาสร้างองค์พระแก้ว ไม่ใช้หินหยกที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดียอย่างที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้ญาติโยมร่วมกันบริจาคเงินจำนวนมากๆ มาร่วมสร้างแต่อย่างใด

นายทัศนะ ภูผาธรรม หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์โบราณสถานี สำนักงานศิลปากรที่11 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ในการเดินทางมาร่วมตรวจสอบกับคณะดีเอสไอในวันนี้พบว่า องค์พระได้มีการก่อสร้างที่ไม่สมบูรณ์ และขณะนี้คานที่รับน้ำหนักเริ่มทรุดตัว เหล็กที่สร้างยังไม่แล้วเสร็จแต่มีการทิ้งงานไปอันเนื่องมาจากเกิดคดีความกับอดีตพระวิรพล เสียก่อน ทำให้เริ่มมีสนิม และองค์พระเอนไปด้านหลังเล็กน้อยแล้ว เชื่อว่าหากเจอฝนตกหนักๆ ในช่วงนี้องค์พระอาจที่จะทรุดตัว และพังลงมาได้ ซี่งเชื่อว่าทีมงานก่อสร้างเดิมก็น่าที่จะทราบปัญหา จึงได้มีการหล่อคานที่สองเสริมเข้าไป แต่ยังทำไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้อยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแล สำรวจและเร่งบูรณะองค์พระเป็นการด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้องค์พระแก้ว ล้มลงกองกับดิน