"ดีเอสไอ-ปปง.-คลัง"จับมือกวาดล้างขบวนการโกงแวตส่งออกเศษเหล็ก 4 พันล้าน ลั่นพรุ่งนี้อายัดทรัพย์ขรก.เอี่ยวทุจริต
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ร.ต.อ.หญิงเสาวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยคดีนี้กระทรวงการคลังร้องทุกข์ให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับกลุ่มนิติบุคคลผู้ขายสินค้าและออกใบกำกับภาษี จำนวน 20 ราย และกลุ่มนิติบุคคลผู้ซื้อสินค้าและขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 32 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์ขอคืนแวต ระหว่างเดือนส.ค. 55 - เม.ย. 56 โดยกลุ่มคนร้ายจะรวบรวมสำเนาบัตรประชาชนจากชาวบ้านที่มีฐานะยากจนและรายได้น้อย แล้วนำสำเนาบัตรประชาชนไปจดทะเบียนเปิดบริษัท ขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานประกันสังคม และให้ค่าตอบแทนนอมินีรายละ 200-500 บาท นอกจากนี้ยังได้เช่าสถานที่จัดตั้งเป็นที่ประกอบการเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นนิติบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง โดยการตรวจสอบสถานประกอบการพบว่าเป็นเพียงห้องว่างเปล่า ไม่มีพนักงานหรืออุปกรณ์สำนักงาน และไม่เคยประกอบกิจการจริง
นายธาริต กล่าวอีกว่า สำหรับขบวนการโกงแวต แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มผู้รับซื้อเศษโลหะ และกลุ่มส่งออกโลหะ โดยผู้ส่งออกจะทำเอกสารแสดงต้นทุนโลหะที่รับซื้อกิโลกรัมละ 600 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดถึง 60 เท่า เพื่ออำพรางว่าได้ชำระแวตตามราคารับซื้อ แล้วขอคืนแวตภายหลังการส่งออกสินค้า ล่าสุดดีเอสไอได้สั่งอายัดเงินนิติบุคคล 53 ราย บุคคลธรรมดา 50 ราย และบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีก 4 ราย ส่วนกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประกอบด้วยญาติและผู้อยู่เบื้องหลัง ดีเอสไอจะส่งข้อมูลให้ปปง.วิเคราะห์อาชญากรรม เพื่ออายัดทรัพย์ทุกราย อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะขออนุมัติหมายจับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโกงแวตกลุ่มหนึ่งซึ่งจะเป็นผู้ต้องหาล็อตแรกประมาณ 10 ราย ส่วนผู้ที่ปรากฏรายชื่อร่วมเป็นกรรมการบริษัท 53 ราย การสอบสวนเบื้องต้นพบเป็นเพียงบุคคลหน้าฉากหรือนอมินี ซึ่งดีเอสไออาจกันตัวไว้เป็นพยาน
โดยดีเอสไอจะขอรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐต้องสงสัยเป็นผู้กระทำผิดเพื่อใช้อำนาจอายัดทรัพย์ในวันที่ 17 ก.ค.นี้ทันที โดยพื้นที่เกิดเหตุฉ้อโกงแวตเกิดขึ้นที่สรรพากรสมุทรปราการ และสรรพากรพื้นที่ 22 หรือเขตบางรัก โดยขบวนการดังกล่าวได้ฉ้อโกงภาษีมาล้วต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี โดยเป็นการฉ้อโกงจากภาษีส่งออกเศษเหล็กเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ การทำงานร่วมกันทั้ง 3 หน่วยจะประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ค. และจะสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน อย่างไรก็ตาม กรณีการฉ้อโกงภาษีเกิดขึ้นจากระเบียบข้อบังคับที่จะมีการเสนอให้กระทรวงการคลังแก้ไขระเบียบข้อบังคับเพิ่มเติมเพื่อปิดช่องโหว่ต่าง ๆ และยังพบว่ามีช่องว่างการประสานงานระหว่างกรมศุลกากรและสรรพากรจนเป็นช่องว่างให้เกิดการทุจริตซึ่งจะต้องเสนอให้รัฐบาลวางมาตรการแก้ไข และกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าเกี่ยวข้องกับการทุจริตจะมีการอายัดเงินและทรัพย์สินก่อนที่จะถูกดำเนินการทางวินัย ทั้งนี้เพื่อเป็นการปราบปรามไม่ให้เกิดการฉ้อโกงภาษีขึ้นอีก
"สำหรับการฉ้อโกงภาษีที่ตรวจสอบพบคนร้ายจะเบิกถอนเงินสดทันที เมื่อได้รับเช็คคืนภาษี ดังนั้น จึงเป็นไปได้ยากที่จะติดตามเงินคืนกลับมาได้ทั้งหมด" นายธาริต กล่าว
นายรังสรรค์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ติดตามข้อเท็จจริงกรณีสำแดงเท็จและอ้างว่าส่งสินค้าไปขายต่างประเทศมานานแล้ว และกำลังติดตามการส่งออกสินค้าประเภทอื่นที่มีมูลว่าเป็นการสำแดงเท็จเพื่อฉ้อโกงภาษีอีก แต่ยังไม่ขอเปิดเผยเพราะเกรงว่าผู้ต้องสงสัยจะไหวตัวทัน





