วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ตรวจฯส่งหนังสือถึง'ผบ.ตร.'ปมให้ประดับยศ

ผู้ตรวจฯยันมีมติส่งหนังสือถึง"ผบ.ตร.-จเรตำรวจ"ปม"คำรณวิทย์" ขอให้"ทักษิณ" ประดับยศ

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งหนังสือไปยังพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.อมรินทร์ อัครวงษ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมาจริง เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และประมวลจริยธรรมของข้าราชการตำรวจกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)กรณีเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหลบหนีคดีเพื่อให้ประดับยศผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ที่ประเทศฮ่องกง โดยส่งหนังสือทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ หรืออีเอ็มเอส และขณะนี้ได้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าของสำนวนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ก็ได้รับแจ้งว่ามีผู้ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว ส่วนกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่ายังไม่รับหนังสือนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เคารพ เพราะอาจจะติดขัดในเรื่องของกระบวนการสารบรรณ

นายรักษเกชา กล่าวต่อว่า ตามมติที่มีออกไปนั้นไม่ใช่ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้แล้วว่าพล.ต.อ.คำรณวิทย์ มีความผิดด้านจริยธรรม แต่เห็นว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ การไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งรู้กันทั่วไปว่าเป็นนักโทษตามหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ประดับยศให้ อาจทำให้เกิดข้อครหาในเรื่องการเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการตำรวจ และอาจทำให้เกิดข้อครหาในกระบวนการยุติธรรมที่อาจถูกมองว่ามีความไม่เป็นกลางเกิดขึ้น จึงน่าที่ผู้บังคับบัญชาจะได้ดำเนินการตรวจสอบตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ 2553ต่อไป โดยขอให้แจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีมติได้มีหนังสือแจ้งให้พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ชี้แจงหรือไม่ และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ระบุว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว นายรักษเกชา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการร้องให้ตรวจสอบจริยธรรม และโดยกลไกแล้วต้องให้ผู้บังคับการของผู้ถูกร้องเป็นผู้ชี้แจง ส่วนเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งกรรมการสอบแล้วนั้น ทางผู้ตรวจการแผ่นดินเคยมีหนังสือสอบถามไปในช่วงเดือนต.ค. 2555 และสตช.แจ้งกลับมาเดือนม.ค. 2556 ว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการโดยไม่มีการให้ข้อมูลใด ๆ ซึ่งผู้ตรวจฯก็ได้สืบสวนเองเมื่อได้ข้อมูลและเห็นว่าเพียงพอแล้วจึงได้มีมติดังกล่าว

เมื่อถามว่า หวั่นเกรงหรือไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะเกิดความล่าช้า เนื่องจากตำรวจช่วยตำรวจด้วยกัน นายรักษเกชา กล่าวว่า ยังไม่อยากให้มีการมองว่ากรณีนี้จะมีการช่วยเหลือกันของตำรวจ เพราะที่ผ่านมาก็มีหลายกรณีที่ตำรวจทำผิดแล้วตำรวจที่ผู้บังคับบัญชาก็มีการลงโทษ จึงขอรอดูการชี้แจงของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อน ส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) นั้นก็เนื่องจากทางป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งมาว่ามีผู้ยื่นคำร้องกรณีดังกล่าวจึงอยากทราบว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อมูลหรือไม่ และมีการดำเนินการอย่างไร ทางผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มีหนังสือแจ้งข้อมูลไปยังป.ป.ช. โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องแรก แต่เป็นความร่วมมือที่ทำกันมาแล้วก่อนหน้านี้แล้วในหลายเรื่อง