ร้อง'ปวีณา'แก้ปัญหาถูกไร้ที่ทำกิน

ชาวแฟตลห้วยขวางร้อง"ปวีณา"แก้ปัญหาถูกไร้ที่ทำกิน ถูกผู้เช่าช่วงพื้นที่กับการเคหะแห่งชาติ เรียกเก็บค่าเช่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่เช่าพื้นที่การเคหะชุมชนห้วยขวางบริเวณซอยประชาสงเคราะห์ 38 รวม 9 ห้องพื้นที่ 188 ตารางเมตร นำโดยนายสกล สุทธิพงศ์เกียรติ์ พ่อค้าพวงมาลัยและพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบเข้าร้องเรียนกับนางปวีณา หงสกุล รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)กรณีถูกผู้เช่าช่วงพื้นที่กับการเคหะแห่งชาติ (กคช.)เรียกเก็บค่าเช่าที่ปรับขึ้นจากที่เคยจ่ายหลักพันเพิ่ม 2-3เท่าเป็นหลักหมื่น ไม่มีการออกใบเสร็จหรือไม่มีการทำสัญญาใดๆ
นายสกล กล่าวว่า พ่อค้าแม่ค้าคนอื่นๆรวม 9 ห้องได้ขายของอยู่เดิมตรงพื้นที่นี้มากว่า 30 ปีแล้ว แต่ต่อมาปี 2550 โดยมีบริษัท พี.เอส.จี.ที.จำกัด มาทำการก่อสร้างคอนโดเดอะนิช รัชดา-ห้วยขวางภายในซอยประชาสงเคราะห์ 38 ทำให้เกิดปัญหาเรื่องทางเข้า-ออก จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่การเคหะชุมชนห้วยขวางพร้อมตัวแทนบริษัทที่จะก่อสร้างคอนโด โดยตนและพ่อค้าคนอื่นๆได้ยินยอมที่จะย้ายร้านค้าไปอยู่ด้านหลัง ซึ่งการเคหะห้วยขวางและเจ้าหน้าที่คอนโดตกลงจะเป็นผู้ออกค้าใช้จ่ายในการก่อสร้างร้านค้าให้ใหม่แต่ไม่มีการติดต่อหรือสร้างร้านตามที่เคยบอกไว้ จนมาถึงปี 2556 ตนและพ่อค้าแม่ค้าได้ถูกแจ้งความดำเนินคดีถึงขั้นถูกหมายศาลเรียก หมายศาล เนื่องจากทางสำนักงานเขตติดแดง กรุงเทพมหานครได้ดำเนินคดีกรณีที่มีการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยผิด พ.ร.บ.การก่อสร้าง และยังโดนเจ้าของพื้นที่คนใหม่มาเรียกเก็บค้าเช่าแพงเกินกว่าค่าเช่าเดิมหลายเท่า และไม่มีสัญญาเช่า ไม่มีใบเสร็จรับเงินใดๆ แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ยอมจ่ายให้เพราะต้องการขายของในพื้นที่ดังกล่าว บางคนติดค้าเช่าก็ถูกแจ้งความดำเนินคดี
"จึงอยากให้รมว.พม.ช่วยเหลือและตรวจสอบการโอนกรรมสิทธิ์ของผู้เช่าเซ้งพื้นที่ดังกล่าวและการเรียกเก็บเงินต่างๆ ซึ่งไม่มั่นใจในความโปร่งใส หากเป็นไปได้ขอให้ผู้เช่าได้จ่ายตรงกับการเคหะฯซึ่งพ่อค้าแม่ค้ายินยอมที่จะย้ายออกแต่ ทางบริษัทเสนาต้องทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกับพ่อค้าแม่ค้า เพราะเราขายของมากว่า 30 ปีจะให้ไปค้าขายที่ไหน ก็มีความหวังว่านางปวีณาจะช่วยแก้ปัญหาให้โดยเร็ว"นายสกล กล่าว
หลังจากนางปวีณาได้รับเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าว ได้กล่าวว่าจะมอบให้ฝ่ายกฎหมายพม.เข้าไปดูแล และประสาน กคช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสัญญาต่างๆ ทั้งนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ค้าขายซึ่งเป็นคนจนให้มากที่สุด
ด้านนายสาธิต จันทร์วิพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานชุมชน 3 การเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า เดินพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ว่างระหว่างแฟลต 2 แฟลต และพื้นที่ที่ติดกันข้างในนั้นเดิมยังไม่มีการก่อสร้างคอนโด แต่เป็นตลาดเกียรติธงชัย มีกำแพงกั่นระหว่างที่ดิน โดยเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ของกรมธนารักษ์ แต่ปรากฏว่าก็มีความพยายามทุบกำแพงก็ทำให้มีคนสัญจรไปมา การเคหะฯก็ยอมเพราะเห็นว่าเป็นผู้รายได้น้อยและทำอาชีพค้าขายแต่ตอนหลังทางตลาดเกียรติธงชัยขายที่ดินดังกล่าวให้กับบริษัทเสนา ซึ่งได้สร้างคอนโดอาคารสูง แต่เงื่อนไขที่คอดโดนี้จะได้รับอนุญาตจาก กทม.ต้องมีถนนหลักกว้าง 12 เมตร แต่การเคหะฯได้อนุโลมให้เป็นทางสัญจรไปมาตั้งแต่ 5 เมตรจนเป็น 7 เมตร ซึ่งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับความเดือนร้อนก็ค้าขายอยู่บริเวณนี้การเคหะฯได้เข้าไปจัดระเบียบและอนุญาตให้ค้าขายได้ แต่การอนุญาตให้ค้าขาย ชาวบ้านก็ได้มีการทำเพิงสร้างแผงค้าขายกันมานาน และหลังจากนั้นทางเจ้าของคอนโดได้รับอนุญาตจากกทม.ให้ก่อสร้างได้ จึงมีความพยายามจะทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีความกว้าง 12 เมตร ซึ่งทางการเคหะฯยังคัดค้าน จนกระทั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้เชิญ 3 ฝ่าย ได้แก่นิติบุคคลอาคารชุด บริษัทเสนา และการเคหะฯมาเจรจาร่วมกันโดยผลสรุปออกมาคือขอให้มีการเปิดให้กว้าง 12 เมตร
"







