ถกคลิปฉาวเห็นพ้องตั้งใจปล่อยไม่ใช่ตัดต่อ

ถกคลิปฉาวเห็นพ้องตั้งใจปล่อยไม่ใช่ตัดต่อ

วงเสวนาถกคลิปฉาว ทุกเสียงเห็นพ้อง ตั้งใจปล่อย ไม่ใช่ตัดต่อ "ไกรศักดิ์" เชื่อประชาธิปไตยประเทศอยู่ใต้ภัยมืด "นันทเดช"เย้ย"ทักษิณ"เป็นทุกข์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุม อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กล่าวในการเสวนา เรื่อง "ทหาร การเมือง กับอนาคตประเทศ...กรณีคลิปเสียง" ว่าจากเนื้อหาในคลิปเสียงชายสองคนที่คล้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหมนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการกลับบ้านเป็นอย่างยิ่ง แต่ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในห่วงความทุกข์ เพราะไม่มีใครช่วยเหลืออย่างจริงใจ มีแต่หลอกว่าจะช่วยเหลือ โดยแลกเปลี่ยนกับอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง โดยคลิปดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเรียกร้องขอตำแหน่ง รมว.กลาโหม เพื่อแลกกับการช่วยให้ได้กลับบ้าน

นายไกรศักดิ์ ชุนหะวัณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศไทย ตกอยู่ในความมืดของประชาธิปไตย เพราะผู้ที่ได้รับเลือกตั้งได้ทำในสิ่งที่ไม่เป็นมนุษยธรรม และ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังสามารถที่จะบงการความเป็นไปทางการเมืองในประเทศได้ และมั่นใจว่าคลิปดังกล่าว เป็นเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน และผู้ที่ปล่อยคลิปออกมาเพราะกลัวตาย เนื่องจากสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ เพราะจะทำให้มีคนออกมาประท้วงเป็นจำนวนมาก และเลือดจะนองถนน

นายสุรัตน์ โหวราชันกุล อาจารย์ประจำภาควิชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่กล้าเดินทางกลับประเทศโดยอาศัยกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะมีการแก้กฎหมายนิรโทษกรรม แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล้าที่จะเดินทางกลับด้วยวิธีการเดียวโดย ทหารต้องการันตีความปลอดภัยหากเดินทางกลับมา

ขณะที่ดร.เสรี วงศ์มณฑา นักวิชาการสื่อสารมวลชน กล่าวว่า การที่มีการระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นการตัดต่ออย่างที่โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาระบุ แต่ทำไมถึงไม่มีการเปิดเผยเสียงต้นฉบับ และที่มาของเสียงดังกล่าวให้สาธารณชนได้ตัดสิน เหมือนกรณี คดีตัดต่อเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการกล่าวหาว่าสั่งฆ่าประชาชน เนื้อหาสาระในคลิปดังกล่าว ก็ล้วนเป็นเนื้อหาที่คนส่วนใหญ่ได้รับฟังเป็นครั้งแรก ไม่เคยพูดที่ไหนมากกว่า โดยเฉพาะการพาดพิงถึงองคมนตรี และผู้นำเหล่าทัพ เป็นรายกองทัพ และหากเป็นการใส่ร้ายทางการเมือง เหตุใดต้องมีการระบุถึง “ถั่งเช่า” และ “ไวอากร้า” เข้ามาด้วย เพราะ “ถั่งเช่า” ไม่ได้เป็นการใส่ร้ายทางการเมืองแต่เป็นการดูถูกความเป็นชาย เป็นการประจานให้เมียรู้ว่า ผัวกิน “ถั่งเช่า” แต่ไม่ยอมทำการบ้าน และคลิปเสียงดังกล่าวทำให้แผนที่มีการพูดในคลิปไม่สามารถดำเนินการได้ และอย่าหวังว่าทหารจะออกมาทำอย่างไรอย่างหนึ่งเพราะจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย แต่ขอให้ติดตามกันต่อไป

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า คลิปดังกล่าวเป็นการเปลือยการเมืองไทยออกมาให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับกองทัพ ที่พยายามบีบให้กองทัพเข้าไปซุกใต้ปีกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่คอยเดินเกมอยู่เหนือระบบการเมือง และพยายามผูกขาดการตัดสินใจทั้งหมด และตนเชื่อว่าการแทรกแซง และจัดระเบียบกองทัพไปไกลกว่าที่พูดในคลิปเสียอีก นี่คือความน่าเป็นห่วง และคนรู้สึกผิดหวังว่าการปรับเปลี่ยนตัว รมว.กลาโหม ในครั้งนี้ไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และตนขอเรียกร้องให้ผู้นำเหล่าทัพออกมาแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการเป็นสัญญาประชาคมว่าจะยืนอยู่บนความถูกต้อง ไม่สมรู้ร่วมคิดกับแผนร้ายๆที่จะทำร้ายประชาชน และไม่คล้อยตามแผนการกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ