"ธาริต"นัดประชุมพิจารณาออกหมายจับ"เณรคำ" หลังต้องอธิกรณ์พ้นสภาพสงฆ์ ลุ้นเป็นผู้ร้ายข้าแดนข้อหาชำเราเด็กหญิง-ฟอกเงิน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีฉ้อโกงประชาชนและการกระทำผิดกฎหมายอาญาของนายวิรพล สุขผล หรือ อดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ว่า ภายหลังมีความชัดเจนจากคณะสงฆ์จ.ศรีสะเกษที่มีมติว่าพระวิระพลต้องอธิกรณ์ ให้พ้นจากสภาพความเป็นสงฆ์ ในวันจันทร์ที่ 15 ก.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาการขออนุมัติหมายจับนายวิรพล ในคดีความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยหญิงผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศกระทั่งมีลูกด้วยกัน 1 คน จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษอย่างเป็นทางการกับพนักงานสอบสวนด้วย สำหรับการติดตามทรัพย์สินที่มีจำนวนมากนั้น ยอมรับมีความล่าช้าเพราะทรัพย์สินถูกยักย้ายถ่ายโอนออกไปก่อนหน้านี้ แต่ดีเอสไอยืนยันจะพยายามติดตามทรัพย์กลับมาให้ได้มากที่สุด
ส่วนการนำตัวนายวิรพลกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น ได้มอบหมายให้พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการคดีต่างประเทสและอาชญากรรมระหว่างประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่นายวิรพลจะถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เพราะในต่างประเทศให้ความสำคัญกับคดีที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กและคดีความผิดฐานฟอกเงิน
ด้านพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการติดต่อจากพระชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับถวายรถยนต์จากนายวิรพลแสดงเจตนาจะขอคืนรถแล้ว 3 คัน โดยอ้างว่าไม่สบายใจ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายในการชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงฝ่ายที่ถูกกล่าวหาซึ่งพนักงานสอบสวนพยายามติดต่อขอเข้าไปสอบปากคำที่บ้านหลายครั้ง แต่ญาติไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอ ดังนั้น การดำเนินคดีดังกล่าวไม่ได้เป็นการสอบปากคำเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ให้ความร่วมมือและไม่ใช้โอกาสในการชี้แจงข้อเท็จจริงเอง
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กล่าวว่า จากการแกะรอยการจัดซื้อรถยนต์หลายคันของนายวิรพลคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 100 คัน ซึ่งดีเอสไอจะลงพื้นที่ติดตามข้อมูลให้ได้ครบทุกคัน รวมถึงเรียกตัวบุคคลที่เป็นคนใกล้ชิดหรือลูกศิษย์ที่เป็นธุระจัดการหาซื้อรถตามคำสั่งของนายวิรพลมาสอบปากคำให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี เนื่องจากทราบว่าในการจัดซื้อรถแต่ละครั้งนายวิรพลจะใช้งานลูกศิษย์คนสนิทหลายหนึ่งเป็นผู้จัดหาตามที่กำหนดสเปคไว้ โดยนายวิรพลมีหน้าที่เพียงจ่ายเงินสดให้





