"สรรเสริญ"จี้"กิตติรัตน์" แก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชน หลังหนี้พุ่งคนละ 2 หมื่นบาทในช่วง5ปีที่ผ่านมา
นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม. ในฐานะ รมช. คลัง เงา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมานายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ออกมาระบุว่าการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนประสบความสำเร็จอย่างดี แต่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเพราะหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย โดยปี 2556 เพิ่มสูงขึ้น 2 หมื่นบาทต่อคนสูงสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ แค่ 1.2 หมื่นบาท
การที่นายกิตติรัตน์ ออกมาแขวะพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนได้ ถือเป็นการโกหก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุดเพื่อดำเนินการแก้ไขและบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัญหาหนี้นอกระบบเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของหนี้ภาคประชาชน ได้แก้ปัญหาโดยโอนเข้ามาอยู่ในระบบสถาบันการเงินและแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตจนลดภาระประชาชนไปได้เดือนละ 9,000บาทต่อคน โดยหนี้ภาคประชาชนเพิ่มขึ้นน้อยมาก
นายสรรเสริญ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดนี้กลับไม่พบการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบน มีเพียงแค่พักหนี้ 1 ปี ลดดอกเบี้ย 3% แต่สุดท้ายโครงการนี้ก็เหมือนจะพับไปแล้วอย่างกลายๆ เพราะโครงการนี้มีเงื่อนไขต้องนำหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ( ภงด.91 ) มาแสดงซึ่งถือเป็นการจำกัดสิทธิเพราะคนที่เป็นหนี้ส่วนใหญ่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์และได้รับการยกเว้นจ่ายภาษีทำให้ไม่มีหลักฐานส่วนนี้
ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา ซึ่งเคยหาเสียงไว้ว่าจะล้างหนี้ประเทศไทย แต่วันนี้หนี้ภาคประชาชนเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี ดังนั้น ซึ่งหากรัฐบาลไม่ชี้แจงให้ชัดเจนก็ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะทำให้ประชาชนเป็นหนี้และเสพติดนโยบายประชานิยมซึ่งอาจจะออกมาหาเสียงล้างหนี้อีกรอบ





