วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองปราบฯอายัดบัญชี'เณรคำ'21บัญชี

"พงศพัศ"ประชุมร่วมปปง.,กองปราบฯเร่งตรวจสอบฐานข้อมูลยาเสพติด"เณรคำ"ใช้เวลา2วัน ขณะที่กองปราบฯอายัดบัญชี21บัญชี

นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์กล่าวพร้อมเเสดงข้อมูลว่า เงินทั้งหลายทั้งปวงจำนวนมากที่ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของของเณรคำ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริต เป็นเงินที่ได้จากความผิดปกติ เเละเชื่อว่าเงินจำนวนมากมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะคนในพื้นที่ไม่น่ามีกำลังพอที่จะทำบุญรวมกันได้มากถึงครั้งละ 50 ล้านหรือ 100 ล้านบาทได้

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.สกล่าวว่า ขณะนี้ทุกคนสงสัยว่าเงินเเละทรัพย์สินต่างๆ จำนวนมากของเณรคำนั้น น่าจะได้มาโดยมิชอบและสงสัยว่าอาจมาจากยาเสพติด ซึ่งทางดีเอสไอ อยากให้ ป.ป.ส. ดูเเลในส่วนของกระบวนการที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่ง ป.ป.ส.จะช่วยดำเนินการ ตามฐานข้อมูลที่ป.ป.ส. มี ในส่วนของ ป.ป.ส.จะมีโครงค่ายฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ เก็บไว้อยู่ที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด หมายความว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ จะมีบัญชีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ทั้ง เรื่องของการโอนเงิน ถ่ายเทเงิน หรือการฟอกเงิน ซึ่งที่ผ่านมา ป.ป.ส.เเละ ป.ป.ง. ทำงานร่วมกันมานาน เพราะฉะนั้นโครงข่ายทั้งหมดมีอยู่เเล้ว ขณะนี้มีรายชื่อที่ได้รับจาก ดีเอสไอ เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 20 รายชื่อที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สำนักงานป.ป.ส. จะใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน เพื่อตรวจสอบ 20 รายชื่อกับฐานข้อมูลยาเสพติดของป.ป.ส. ทั้งในเเละนอกประเทศ ถ้าหากพบว่า หลวงปู่เณรคำ หรือผู้ใกล้ชิดคนใด ไปเกี่ยวข้องกับกับข้อมูลนั้น ป.ป.ส.จะเเจ้งให้ ดีเอสไอ ทราบ เเละดำเนินการต่อเนื่องตามอำนาจ ปปส. ในการยึดเเละอายัดทรัพย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทองรูปพพรรณ รถยนต์ บ้านที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่นๆ ที่มาจากยาเสพติดทั้งหมด ซึ่งขณะนี้เชื่อกันว่า หลวงปู่มีทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาท เเละถ้าเป็นคดียาเสพติดการส่งตัวข้ามประเทศนี่ไม่ใช่เรื่องยากเลย

พ.ต.ท.ธีรพงศ์ ดุลยวิจารณ์ ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนทางการเงิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)กล่าวว่า ในส่วนของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติดเเละการฉ้อโกงประชาชน ล้วนเเต่เป็นความผิดที่เข้าข่ายการฟอกเงิน เพราะฉะนั้น ส่วนป.ป.ง.จะมีหน้าที่ติดตามเเละดำเนินคดีกับบุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนี้ จะมีการติดตามร่องรอยการเดินทางของทรัพย์สิน เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของทุกฝ่าย ให้ลุล่วง

"ผู้ที่ถือครองทรัพย์สินหรือได้รับการมอบหมายทรัพย์สินจากทางหลวงปู่ เณรคำ เพื่อเป็นการเเสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อประโยชน์ต่อตัวเองเเละส่วนร่วมขอให้ประสานงานเข้าให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน พฤติการณ์ในการรับโอน หรือแปรสภาพทรัพย์สิน มีความผิดทางอาญาตามกฎหมายฟอกเงินโทษจำคุก ตั้งเเต่ 1-10 ปีปรับไม่เกิน 2 เเสนบาท" พ.ต.ท.ธีรพงศ์ กล่าว

ด้านพ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (รอง บก.ป.) กล่าวว่า บก.ป.ได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานมาระยะหนึ่ง ตั้งข้อหาหลักไว้คือ มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เเละ พ.ร.บ คณะสงฆ์ เเละขณะนี้ ทางบก.ป.ได้มีหนังสืออายัดบัญชีของพระเณรคำทั้งในกทม.เเละต่างจังหวัด จำนวน 21 บัญชีจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งในเรื่องนี้จะส่งให้ทาง ป.ป.ง. ตรวจสอบต่อไปคดีนี้ทุกภาคส่วนทำงานเพื่อประโยชน์ ของศาสนา สังคมเเละประเทศชาติ ผู้ใด้มีข้อมูลถือว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของผู้เสียหาย ขอให้เขามาให้ช้อมูล เรายินดีที่จะเก็บข้อมูลเป็นความลับ เร็วๆ นี้จะมีการตรวจสอบดีเอ็นเอกับหญิงสาวเเละลูก ที่หลวงปู่เณรคำเคยมีความสัมพันธ์ด้วย สำหรับเรื่องการดำเนินคดี หากมีพยายานหลักฐานที่เพียงพอไม่ว่าพระเณรคำจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เจ้าหน้าที่มีความร่วมมือทางคดีอาญา ดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามเเดนได้ เเละทั้งนี้ยังได้ประสานงานกับทาง ป.ป.ง. เรื่องการเคลื่อนย้ายเงินต่างๆ ซึ่ง ทาง ป.ป.ง. มีเครือข่าย 131 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งฝรั่งเศษเเละอเมริกา ก็ขอให้สบายใจได้ว่า บรรดาทรัพย์สินต่างๆ ที่ถูกถ่ายโอน เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการยึดได้อายัดได้ทั้งหมด