วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขับพระเณรคำ พ้นการเป็นพระ

คณะสงฆ์ศรีสะเกษเสนอที่ประชุมร่วมสงฆ์"ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี" ขับ"เณรคำ" ออกจากหมู่สงฆ์ฝ่ายธรรมยุต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่ารังสฤษฏ์ ตำบลดูน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พระราชธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมคณะสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอในเขต จ.อุบลราชธานีได้เดินทางมาร่วมประชุมกับ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ(ธ) พร้อมกับคณะสงฆ์ที่เป็นระดับเจ้าคณะอำเภอในเขต จ.ศรีสะเกษ ได้เดินทางมาร่วมประชุมหารือในการพิจารณาความผิดของ พระวิรพล ฉตฺติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ

จากนั้นนายวิรอด พรรณนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาศรีสะเกษ ได้ถวายรายงานต่อที่ประชุมคณะสงฆ์ว่า เมื่อวันที่ 6 - 7 กรกฎาคม 2556 ตนเองได้มีโอกาสเดินทางไปสอบสวนข้อมูลกับกองปราบ และคณะสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประจำสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ ทำให้ได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมในข้อความจริง ทั้งในส่วนของสีกาที่ออกมากล่าวหาว่าพระวิรพล กระทำชำเรานับตั้งแต่อายุ 14 ปี และพยานยังพาไปชี้จุดเกิดเหตุต่างๆ หลายแห่ง จากนั้นก็ได้ร่วมสอบข้อมูลความจริงจากลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด ซึ่งเคยเป็นทั้งคนขับรถพาไปยังที่ต่างๆ สอบเจ้าของอู่ซ่อนรถหรู สอบชาวบ้าน พยานปากอื่นๆ ที่สำคัญๆ ทำให้ทราบว่า พระวิรพล ได้มีการช่องสุมบ้านเช่าไว้หลายแห่ง เพื่อเก็บไว้เป็นที่เสพเมถุน ดื่มเหล้า เสพยาบ้า รวมทั้งการขับรถไปชนคนที่เดินข้างถนนจนเสียชีวิต และได้มอบเงินให้คนสนิทไปเจรจาเพื่อขอจ่ายเงินชดเชยในราคา 20,000.บาทเพื่อปิดคดีด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อจริง และในส่วนหนึ่งสื่อมวลชนได้นำเสนอต่อสาธารณะชนไปบ้างแล้ว จึงนำเสนอที่ประชุมคณะสงฆ์ 2 จังหวัดเพื่อพิจารณา

ขณะที่ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ได้เสนอที่ประชุมสงฆ์ในวันนี้ว่า จากพฤติกรรมต่างๆ ของพระวิรพล ที่ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้นำเสนอ ก็ได้รับทราบมาโดยตลอด และยังได้ตั้งคณะสอบอธิกรณ์พระวิรพล โดยพฤติกรรมต่างๆ ก็ปรากฏตามที่เป็นข่าว และคณะเจ้าหน้าที่พระพุทธศาสนาได้นำเสนอมายังที่ประชุม แต่ในความที่ตนเป็นเพียงสถานที่เกิดเหตุ ยังไม่มีอำนาจในการพิจารณาปาราชิก แก่พระวิรพลได้ เพราะอำนาจยังคงอยู่แก่เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เพราะถือว่าเป็นพระผู้ปกครองพระที่อยู่ในสังกัด แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

พระครูวิสุทธิญาณ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และ พระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด(ธ) นำข้อมูลไปเสนอต่อเจ้าคณะภาค 10 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งรับคำแนะนำมาว่า ขอให้คณะสงฆ์ศรีสะเกษ ดำเนินการสอบสวนตามพระธรรมวินัย คือ สอบให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย นั้นหมายถึงว่า จะต้องสอบทั้งฝ่ายหญิง ซึ่งกล่าวหาพระวิรพล ซึ่งคณะสงฆ์ คณะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้สอบไว้แล้ว และจะต้องสอบข้อความจริงจากพระวิรพลด้วย ซึ่งได้รายงานไปว่า ขณะนี้พระวิรพล ไม่สามารถติดต่อได้ และอยู่ยังต่างประเทศ ซึ่งเจ้าคณะภาค10 กล่าวว่า ก็จะต้องรอจนกว่าพระวิรพล จะกลับมาให้ข้อมูลครบทั้งสองฝ่ายจึงจะพิจารณาได้ แต่คณะสงฆ์เห็นว่า กรรีดังกล่าวเป็นความเสื่อมต่อพระศาสนา จึงได้ลงมติเบื้องต้นว่า ให้ขับพระวิรพล ฉตฺติโก ออกจากหมู่สงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดีที่ประชุมสงฆ์ 2 จังหวัดในวันนี้ได้มีการชี้แจง ให้ความเห็นกันอย่างหลากหมาย จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลา 16.30 น.ที่ประชุมก็ยังไม่มีมติออกมาว่าจะสามารถดำเนินการปาราชิกแก่พระวิรพล ได้อย่างไร เพราะขณะนี้ที่ประชุมส่วนหนึ่งค้านว่า ยังเป็นการฟังความเพียงฝ่ายเดียวอยู่ ในพระธรรมวินัยไม่สามารถรับฟังความข้างเดียวแล้วนำมาลงมติให้พระรูปใดรูปหนึ่งปาราชิกนั้นไม่ได้ สุดท้ายก็ขอให้ทั้งสองจังหวัดได้ดำเนินการนิมนต์พระวิรพล มาพบเพื่อให้ข้อมูลกรณีที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ด้วยตนเอง โดยมีกำหนดตามที่เจ้าคณะจังหวัดอุบลระบุคือวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 ส่วนเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ จะยืนตามมติของคณะสงฆ์จังหวัดที่จะให้พ้นจากหมู่ศรีสะเกษ นับตั้งแต่วันนี้ก็ได้เช่นกัน เพราะเป็นมติของสงฆ์ศรีสะเกษ