วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอตรวจสอบโกงภาษีแวตมูลค่า4พันล้าน

ดีเอสไอเข้าตรวจสอบโกงภาษีแวตจำนวน 32 ราย ส่งออกสินค้าประเภทโลหะ ออกนอกประเทศในปี55-56 มูลค่า4พันล้าน

นายชำนาญ ฉันทวิทย์ ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พร้อมทีมพนักงานสอบสวน เดินทางเข้าพบ นายสัมพันธ์ จารุรัตนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการตรวจสอบสินค้า ที่ศูนย์เอกซเรย์ และเทคโนโลยีศุลกากร ภายในการท่าเรือแห่งประเทศไทย ถนนอาจณรงค์ แขวงและเขตคลองเตย เพื่อเข้าขอตรวจสอบการโกงขอคืนภาษีส่งออก มูลค่า กว่า 4,000 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากรมาร่วมชี้แจงด้วย

นายชำนาญ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทางกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด จำนวน 32 ราย ซึ่งมีการขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นเท็จ จากการส่งออกสินค้าประเภทโลหะ ออกนอกประเทศในปี 2555-2556 จากการสืบสวนได้พบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนที่มีการกระทำความผิดเพิ่มขึ้นอีกกว่า 17 ราย รวมทั้งสิ้นตอนนี้ 49 ราย โดยมีพฤติการณ์เป็นทั้งผู้ขายสินค้า และออกใบกำกับภาษีขายให้กับนิติบุคคล ในกลุ่มผู้ออกสินค้าประเภทโลหะ อัดแท่งไปยังต่างประเทศ และสำแดงราคาสูงกว่าราคาตลาดทั่วไปซึ่งเกินกว่าความเป็นจริง

นายชำนาญ กล่าวอีกว่า โดยทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เร่งรัดการขอเอกสารจากกรมศุลกากร หน่วยงานราชการ และธนาคารทุกแห่ง รวมทั้งได้ออกหนังสือเรียกบุคคลผู้เกี่ยวข้องมาพบเพื่อให้การในชั้นสอบสวน หากไม่มาพบจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งในวันนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และเจ้าหน้าการท่าเรือฯ เพื่อขอตรวจสอบกระบวนการการขนส่งภายในการท่าเรือ ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เพื่อหาข้อผิดพลาด ว่าเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด

ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ ธนะวัฒนานนท์ นักวิชาการศุลกากร ชำนาญการ กล่าวว่า ในกระบวนการส่งออก ภายในการท่าเรือแห่งประเทศไทยนั้น ทางกรมศุลกากรใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมทั้งหมด ว่ามีสินค้าที่ถูกต้องหรือไม่ก่อนจะอนุมัติให้ผ่านเข้ามาในประเทศได้ ซึ่งต้องมีกระบวนการสำแดง ว่าเป็นสินค้าประเภทกรีนไลน์ หรือเรด ไลน์ ก่อนเปิดตรวจสอบสินค้าซึ่งเป็นไปตามกระบวนการทางศุลกากร จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะอนุมัติให้นำสินค้าไปลงเรือ ส่วนเจ้าหน้าที่ควบคุมเรือจะต้องยืนยันมาทางระบบศุลกากรเช่น ชื่อเรือ ชื่อตู้สินค้า ที่นำลงเรือ เพื่อทำการจดบันทึกสถานะว่ามีการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการย้อนไปตรวจสอบว่าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบผิดพลาดในส่วนใดบ้าง ซึ่งรายละเอียดยังไม่แน่นอน