วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คปก.ชี้พ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้านขัดรัฐธรรมนูญ

คปก. ชี้ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านขัดรัฐธรรมนูญ ยกมาตรา 169 ยันเงินกู้เป็นเงินแผ่นดิน จ่ายเงินได้ต้องจัดทำตามกฎหมายวิธีการงบประมาณ

พระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ส่อเค้าว่าสะดุดหยุดลงเหมือนกับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท หลังจากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้ออกมาให้ความเห็นว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ

นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เปิดแถลงข่าวความเห็นและข้อเสนอแนะของ คปก.ต่อร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่ง คปก.ได้ศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำบันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา

คปก.มีความเห็นว่า การกู้เงินตามร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หมวด 8 ว่าด้วยการเงิน การคลัง และงบประมาณ ในมาตรา 169 บัญญัติไว้ว่า "การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง..."

ชี้เงินกู้ถือเป็นเงินแผ่นดิน

ดังนั้น เมื่อการกู้เงินตามร่างพระราชบัญญัติที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นการกู้ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกระทรวงการคลังอันเป็นหน่วยงานของรัฐ เงินกู้จึงเป็นเงินแผ่นดิน ซึ่งในการจ่ายเงินแผ่นดินนั้น จะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การตราเป็นพระราชบัญญัตินอกเหนือจากวิธีการตามที่กำหนดไว้ จึงอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ นอกจากอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเงิน การคลังแล้ว การที่รัฐจะตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใดฉบับหนึ่งนั้น จำเป็นต้องพิจารณาในเรื่องการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมาย ก่อนประกาศใช้ว่าเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เกินกว่าความจำเป็นหรือไม่ เพื่อควบคุมองค์กรนิติบัญญัติไม่ให้ตรากฎหมายจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจนเกินสมควร โดยกฎหมายที่ตราขึ้นนั้นต้องสอดคล้องกับหลักความพอสมควรแก่เหตุ อีกทั้งยังต้องพิจารณาถึงหลักสิทธิชุมชนและสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย

ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ตรวจสอบ7ปี

ตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติจะไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินของฝ่ายบริหารเป็นเวลา 7 ปี การกู้เงินดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันรัฐบาลชุดต่อไปด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายบริหารด้วยกัน ทำให้รัฐบาลชุดต่อไปไม่มีอิสระในการปฏิเสธโครงการเหล่านี้หรือเสนอโครงการพัฒนาใหม่ๆ ได้อีก เนื่องจากโครงการทั้งหมดถูกกำหนดไว้แล้วจากรัฐบาลชุดก่อนหน้า

นอกจากนั้น โครงการจำนวนมากตามแผนยุทธศาสตร์แนบท้าย พ.ร.บ.ดังกล่าว ยังไม่ผ่านการศึกษาความคุ้มค่าทางการเงิน เศรษฐกิจ และหากโครงการดำเนินการไม่ได้หรือล่าช้า ไม่เกิดความต่อเนื่องตามระยะเวลาที่วางไว้ หรือการเร่งรีบสรุปผลการศึกษาเพื่อให้ดำเนินการได้ทันใน 7 ปี จะทำให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน หรือการจัดประเภทการลงทุนที่ไม่เหมาะสม เช่น กรณีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายมีฐานะปานกลางถึงสูง ถือเป็นการวางแผนการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า เสี่ยงต่อปัญหาทางการเงินของประเทศในอนาคต และเป็นภาระหนี้สินสะสมของภาครัฐ

ชี้รัฐสามารถทำงบประจำปี

คปก. มีข้อเสนอแนะว่า การที่รัฐจะกู้เงินจำนวนมาก โดยเป็นการกู้ในนามประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและดุลยภาพทางการเงินการคลังของประเทศ รัฐสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติรองรับไว้ โดยรัฐบาลสามารถดำเนินการในรูปแบบงบประมาณประจำปี และสามารถใช้วิธีการแสวงหาเงินทุนในรูปแบบที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นทางเลือกได้ เช่น การให้เอกชนร่วมลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องตราเป็นพระราชบัญญัติที่นอกเหนือจากวิธีการทางงบประมาณ ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นไปตามวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ และควรมีการศึกษาในแต่ละโครงการอย่างรอบด้านเสียก่อนและดำเนินการโครงการเฉพาะเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาดุลยภาพทางเศรษฐกิจและลดจำนวนเงินกู้ที่จะต้องเกิดขึ้น

ทั้งนี้ การกำหนดโครงการและมาตรการต่างๆ ควรมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และควรให้ข้อมูลการดำเนินการ ผลกระทบ รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ ของโครงการต่อประชาชนอย่างทั่วถึง รวมไปถึงการจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเพียงพอและรอบด้าน เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

"คณิต"ขู่เปิดเวทีสาธารณะรณรงค์

นายคณิต กล่าวในตอนท้ายว่า ข้อเสนอของ คปก.นั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะนำไปพิจารณาหรือไม่ แต่ถ้ายังมีการเดินหน้า ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทต่อไป ทางคปก.อาจมีกระบวนการอย่างอื่น เช่น จัดเวทีสาธารณะเพื่อรณรงค์และพัฒนาองค์ความรู้ต่อสาธารณชน หรืออาจมีความเห็นเพิ่มเติมเสนอต่อรัฐบาลอีกก็ได้ ซึ่งหากเห็นว่าข้อเสนอ ของคปก.มีความเที่ยงธรรม รัฐบาลและรัฐสภาอาจนำความเห็นของคปก.ไปพิจารณาก็ได้

นายกฯ สั่งเดินหน้าโครงการ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า วานนี้ (3 ก.ค.)ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมได้มีการหารือถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการลงทุนตามพ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท โดย นายกฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมที่จะดำเนินการทันที หลังจากกฎหมายผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวของคณะกรรมาธิการฯ มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยงบประมาณที่ถูกปรับลดลงจะนำไปใช้ในภารกิจที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนา ซึ่งจะกันสำรองงบประมาณไว้ 1% ของมูลค่าโครงการ หรือราว 2 หมื่นล้านบาท

"ชัชชาติ"ลั่นโครงการไม่สะดุด

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคมจะเชิญภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์

รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในที่ประชุม นายกรัฐมนตรียังเสนอแนะให้สร้างมูลค่าเพิ่มแก่โครงการลงทุนดังกล่าว เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงก็ควรส่งเสริมให้มีการสร้างเมืองใหม่ หรือสร้างระบบเศรษฐกิจตามแนวเส้นทาง ส่วนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และ รายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) ขอให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการจัดทำตารางเวลาทำงานที่ชัดเจน ซึ่งหากเกิดปัญหาหรืออุปสรรคก็ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำกลับมาเสนอที่ประชุมฯ หรือรายงานต่อรัฐมนตรีต้นสังกัดโดยตรง เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาได้โดยรวดเร็ว

"ไม่มีความกังวลใจว่าจะถูกร้องศาลปกครอง เหมือนกรณีโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ 3.5 แสนล้านบาท เพราะทุกโครงการดำเนินไปตามหลักเกณฑ์และมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ" นายชัชชาติ กล่าว

รัฐขอเลื่อนพ.ร.บ.เงินกู้มาพิจารณาก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้ให้ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เตรียมนำร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเข้าสู่สภา เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล ทาง นายวราเทพ จะนำไปประสานกับสภาเพื่อที่จะขอเลื่อน พ.ร.บ. ดังกล่าว มาพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เพื่อให้ทันกับกรอบเวลาที่รัฐบาลวางไว้