วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

งัด5ก.ม.ถอดครม.ยกชุด ปัญหาโครงการน้ำ

"132 ส.ส.ปชป."เข้าชื่อยื่นถอดถอน"ครม.ยิ่งลักษณ์2"ทั้งคณะต่อประธานวุฒิฯ แล้ว อ้างอนุมัติโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน ผิดกฎหมาย 5 ฉบับ

ฝ่ายค้านเดินหน้าเอาผิดคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทั้งคณะ ด้วยการยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งแล้ว หลังอนุมัติโครงการบริหารน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดยระบุว่าทำผิดกฎหมาย 5 ฉบับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องรับรองพิเศษ อาคารรัฐสภา 2 บ่ายวานนี้(2 ก.ค.) ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กว่า 20 คน นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เข้ายื่นหนังสือต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอนครม.ยิ่งลักษณ์ 2 กรณีฮั้วการประมูลโครงการบริหารน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งทำผิดกฎหมาย 5 ฉบับ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 132 คน ได้ร่วมลงชื่อเพื่อขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 และมาตรา 271 ที่ระบุว่ากรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการส่อทุจริต และกระทำผิดกฎหมาย ก็สามารถยื่นถอดถอนได้ทั้งคณะ

สำหรับความผิดกฎหมาย 5 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 57 และ 67, 2.ผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103/7, 3.ผิดพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535, 4.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) และ 5.ผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีละเลยการปฏิบัติหน้าที่

ด้านนายนิคม กล่าวว่า จะรับเรื่องไว้พิจารณาว่าถูกต้องหรือไม่ จากนั้นจะแจ้งให้สมาชิกวุฒิสภาได้รับทราบ และรีบตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อว่าครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดคือ 1 ใน 4 หรือจำนวน 125 คน ก่อนจะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 15 วัน หรือประมาณวันที่ 16 ก.ค.นี้

"จุรินทร์"ชี้รมต.ถูกปรับออกไม่พ้นความผิด

นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องบางคนที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วนั้น ยังถือว่าไม่พ้นจากความรับผิดชอบ โดยจะมีผลต่อเมื่อกรณีที่ส.ว.มีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง และต้องเว้นวรรค 5 ปี รวมไปถึงความรับผิดชอบทางคดีอาญา หากมีการชี้มูลความผิด เว้นแต่จะเสียชีวิต ไม่เช่นนั้นคนที่กระทำทุจริตแล้วปรับครม.หนีก็จะพ้นจากความรับผิดชอบได้

เมื่อถามว่าการยื่นถอดถอนครั้งนี้จะเชื่อมโยงไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ขอพูดล่วงหน้า เพราะเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยในคำร้องถอดถอนนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ถูกร้องที่1 ในฐานะหัวหน้าครม. แต่หากจะอ้างนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ที่รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรงก็อ้างได้ แต่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากโครงการดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากครม.มาแล้ว 2-3 ครั้ง

ส่วนที่อ้างว่าความผิดยังไม่สำเร็จ เพราะยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ยังไม่มีผลผูกพัน นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของภาระดอกเบี้ย แต่เมื่อมีการลงนามเซ็นสัญญากู้เงินแล้ว ก็ต้องมีความรับผิดชอบเกิดขึ้น ไม่ว่าจะทำหรือไม่ทำ ถือว่าขณะนี้รัฐบาลโดนทั้ง 2 ด้านแล้ว

"พงศ์เทพ"ไม่หนักใจปชป.ยื่นถอดครม.

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอดถอนครม.ทั้งคณะว่า ไม่เป็นไร เพราะรัฐบาลมีความตั้งใจดีที่จะทำโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งการป้องกันปัญหามหาอุทกภัย และการบริหารจัดการน้ำให้มีน้ำกิน น้ำใช้ตลอดปี และรัฐบาลพยายามทำให้ถูกต้องตามกรอบระเบียบของกฎหมายมากที่สุด

"ไม่มีรัฐบาลไหนหรอกที่จะไปจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เพียงแต่การตีความกฎหมายหรือการปฏิบัติการใช้กฎหมายอาจจะมีความแตกต่างกัน ฝ่ายที่ทำหน้าที่ทั้งหลายหรือแม้แต่นายปลอดประสพ ก็คงพยายามทำหน้าที่ตรงนี้ให้สอดคล้องกับกฎหมายมากที่สุด และส่วนตัวเองที่ต้องมารับหน้าที่ตรงนี้ ไม่ได้มีความหนักใจอะไรเลย แม้คนจะมองว่าเป็นปมร้อนก็ตาม"

ส่วนที่นายกฯมอบหมายให้เป็นประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษาคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ให้รัฐบาลรับฟังความเห็นประชาชนก่อนดำเนินการบริหารจัดการน้ำนั้น นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนได้นัดประชุมคณะทำงานทั้งหมดในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ซึ่งจะมาดูว่าแนวทางในการดำเนินการต่อไปให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ กฎหมายและคำพิพากษานั้นจะต้องทำอย่างไรเพราะในคำพิพากษาได้เปิดช่องไว้ว่าสามารถทำอะไรที่ศาลเห็นว่าควรจะทำเพิ่มได้

ส่วนจะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางหน่วยงานต้นสังกัดที่เป็นเจ้าของเรื่องและอัยการจะหารือกันว่าสมควรที่จะอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งตนจะช่วยให้คำแนะนำด้วยว่าควรจะอุทธรณ์หรือไม่

นายกฯสั่งเดินหน้าประชาพิจารณ์"น้ำ"

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้พูดถึงคำสั่งศาลปกครองกลางกรณีโครงการน้ำ โดยแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาคำสั่งศาลปกครองกลางว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และกระทรวงมหาดไทย สามารถดำเนินการทำประชาพิจารณ์ได้ทันทีในส่วนของโครงการที่เดินหน้าได้

สภาวิศวกรชี้"ฟลัดเวย์"ต้องทำอีไอเอ

ขณะเดียวกัน สภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้จัดเสวนา "ขั้นตอนที่ถูกต้องทางวิศวกรรม และกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำ" โดยมีผู้สนใจร่วมรับฟังจำนวนมาก

นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกสมาคม วสท. กล่าวว่า ภายหลังทางวสท.ได้เคยทักท้วงโครงการน้ำ 3.5แสนล้านบาท อย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 1 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการดำเนินงานที่ผิดหลักขั้นตอนที่ถูกต้องตามมาตรฐาน และตามหลักวิชา การวิศวกรรมที่ทั่วโลกเขาใช้กัน จะทำให้การบริหารจัดการโครงการนี้ ไม่ประสบความสำเร็จได้ แต่รัฐบาลไม่ยอมฟังคำทักท้วงของวสท.จนกระทั่งศาลปกครองมีคำพิพากษาออกมาแล้ว

นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ อดีตประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ในการจัดโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ตามหลักการควรประเมินสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ซึ่งถือเป็นกระบวนการวิเคราะห์เชิงระบบเพื่อการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ที่อาจเกิดขึ้น

ขณะที่นายสุวัฒนา จิตตลดากร ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมแหล่งนํ้า วสท. กล่าวถึงกรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) ระบุว่าโมดูลเอ 5 โครงการจัดทำทางผันน้ำหลาก หรือฟลัดเวย์ ไม่ต้องทำรายงานอีไอเอ เพราะในกฎหมายลูกไม่ได้เขียนไว้ว่า โครงการฟลัดเวย์ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นตัวที่น่าห่วงมากที่สุดในทางวิศวกรรม เพราะเป็นการผันน้ำข้ามลุ่ม

ทั้งนี้ ฟลัดเวย์เป็นเรื่องที่กระทบต่อระบบน้ำ ระบบสิ่งแวดล้อมและนิเวศน์ในภาพรวม และผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งการศึกษาอย่างเป็นระบบในโครงการนี้ยังไม่มีความชัดเจน แม้แต่แนวเส้นทางผันน้ำหลากที่ยังไม่ได้กำหนด แต่กลับเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท และภายใต้ระยะเวลาเพียง 5 ปีไม่มีทางทำได้แน่ เพราะถ้าตามแผนที่วางไว้ระยะทาง 300 กิโลเมตรนั้น จะต้องผ่านกี่ชุมชน กี่หมู่บ้านที่ต้องเจรจาอพยพและค่าเวนคืน ตัวเลขตรงนี้ได้คิดไว้หรือไม่และจะกลายเป็นภาระผูกพันทางการเงินกับรัฐ

"ผมคิดว่าในเมื่อศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้วอยากจะขอร้องให้นายปลอดประสพ ลดฐิติ เพราะไม่ใช่การเสียหน้า อะไรที่กระทบทางสิ่งแวดล้อมแล้วต้องกลับมาดำเนินการก่อน ซึ่งการทักท้วงของวสท.ที่ผ่านมาเน้นย้ำการปฏิบัติตามขั้นตอนทางวิศวกรรม เพราะแม้แต่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ยังต้องศึกษาความเหมาะสมในทางเทคนิคก่อนดำเนินงาน ซึ่งในระยะต่อมาต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย หลังจากมีการออกกฎหมายสิ่งแวดล้อมในปี 2535 ขณะที่นับแต่ในอดีตตั้งแต่ปี 2500-2540 กรมชลประทานเคยสร้างเขื่อนมาแล้วนับหมื่นแห่ง ทั้งขนาดใหญ่ กลางและเล็กยังต้องศึกษาทางสิ่งแวดล้อม" นายสุวัฒนา ระบุ

แนะ"ปลอดประสพ"อ่าน ก.ม.อีไอเอ

ส่วนนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิการจัดการนํ้าแบบบูรณาการ กล่าวว่า ขอให้นายปลอดประสพ กลับไปอ่านประกาศกฎกระทรวง ทส.วันที่ 24 เม.ย.2550 เรื่องโครงการที่ต้องทำรายงานอีไอเอระบุชัดเจนว่าโมดูลเอ 5 ที่ทำการผันน้ำข้ามลุ่มอยู่ในอีไอเอประเภทที่ 34 ส่วนการประตูกั้นแม่น้ำสายหลักระบุในประเภทที่ 35 นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังมี 4 เขื่อนในโมดูลเอ 1 มีที่ต้องทำรายงานอีเอชไอเอ เพราะมีระดับกักเก็บน้ำเกิน 100 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.เมตร) คือเขื่อนยมบน เขื่อนยมตอนล่าง แม่วงก์

เครือข่ายประชาชนจ่อฟ้องอีกคดี

ขณะที่นายปรเมศวร์ มินศิริ เครือข่ายภาคประชาชน กล่าวว่า ขณะนี้ได้เขียนคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อเตรียมยื่นฟ้องกรณีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เนื่องจากเปิดช่องให้การเปิดรับฟังความเห็นโดยใช้การเผยแพร่ข้อมูลกับประชาชนได้ และข้อ 9 ของระเบียบที่ระบุให้ใช้วิธีการรับฟังอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น การสำรวจความเห็น โดยสัมภาษณ์รายบุคคลทางไปรษณีย์ ทางโทรศัพท์

"ทำให้ถูกนำไปกล่าวอ้างว่าการจัดนิทรรศการน้ำของรัฐบาลครั้งแรกในกทม.ที่ห้างใหญ่แห่งหนึ่ง นายปลอดประสพ ระบุว่ามีคนมาดูเป็นแสนราย แต่จากที่ผมเข้าร่วมมีคนดูวันละ 2,000-3,000 ราย รวมแล้วไม่เกิน 10,000 คนแน่"