"พีมูฟ-เครือข่ายหนี้สินเกษตรกร"เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหา ตั้ง"วราเทพ" นั่งปธ.แก้เขื่อนปากมูล นัดถก10ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากลุ่มเกษตรกรเดินทางมาชุมนุม2กลุ่ม ที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยกลุ่มแรกเวลา10.00น. นายกฤษกร ศิลารักษ์ ผู้ประสานงานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ"พีมูฟ" พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่ม ประมาณ 50 คน ได้เดินทางมาชุมนุม บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลติดตามการแต่งตั้งกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ซึ่งตามที่รัฐบาลได้ทำข้อตกลงกับขปส. เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2556 ต่อมาครม.ได้มีมติเห็นชอบโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล แต่ขณะนี้เวลาได้ผ่านมานานแล้ว และประกอบกับเป็นช่วงที่ต้องเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล เพื่อให้ปลาเดินทางขึ้นมาวางไข่ในแม่น้ำมูล แต่ด้วยความล่าช้าในการแต่งตั้งกรรมการฯ ทำให้กลไกเป็นไปอย่างล่าช้าทั้งนี้ ขปส.จึงได้นำตัวแทนผู้ที่ได้รับผลกระทบเขื่อนปากมูลมาติดตามทวงถามความคืบหน้า
โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เดินทางมาพบและกล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม ได้เสนอแต่งตั้งให้ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตร เป็นประธานในการแก้ไขปัญหาของเขื่อนปากมูลเรียบร้อยแล้ว เพราะนายวราเทพ ได้เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ จึงมีหน้าที่ดูแลแก้ไขปัญหาโดยตรง ซึ่งนายกฯได้ลงนามแต่งตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในการแต่งตั้งตามมติของครม.เพื่อให้นายวราเทพเป็นประธาน ในการตั้งคณะอนุกรรมการฯโดยในวันที่ 10ก.ค.เวลา 14.00 น. นายวราเทพจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการฯ ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ นอกจากนี้ การเปลี่ยนประธานจากร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตประธานติดตามการแก้ไขปัญหาของพีมูฟนั้น ตนจะขอคุยกับประชาชนก่อนเพราะร.ต.อ.เฉลิมต้องไปทำหน้าที่ดูกระทรวงแรงงาน ซึ่งคณะกรรมการชุดใหม่จะต้องมีชาวบ้านเป็นคณะกรรมการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาและทำงานหาทางออกร่วมกันเพื่อให้ชาวบ้านพอใจ
"ผมเห็นว่ารมต.ที่เหมาะสมที่จะเป็นประธานคณะกรรมการฯมี 3 คน อาทิ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ซึ่งผมเห็นว่าทั้ง 3คนเหมาะสม แต่ต้องดูว่าท่านไหนมีเวลาว่างที่จะมาทำหน้าที่ แต่ส่วนตัวขอเสนอ พล.ต.อ.ประชา นอกจากนี้ ผมได้แจ้งสำนักปลัดศูนย์บริการประชาชนให้เร่งสรุปรายละเอียด"
ขณะที่อีกกลุ่มมีเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทยประมาณ 1,000คน ได้เดินทางมาชุมนุมที่บริเวณประตู 4 ด้านข้างทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ที่เป็นปัญหาสำคัญในภาคการเกษตร มาหลาย 10 ปีจนเกษตรกร และชาวนาไม่มีศักยภาพในการชำระหนี้ ซึ่งกองทุนฟื้นฟูเพื่อพัฒนาเกษตรกรของหน่วยงานของรัฐคือความหวังของเกษตรกร ที่หวังว่ากองทุนดังกล่าวจะสามารถเข้ามาชำระหนี้แทนได้ แต่ติดปัญหาคือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)ไม่ยอมให้กองทุนดังกล่าวเข้ามาชำระหนี้ให้เกษตรกร ทั้งนี้ทางกลุ่มจึงขอเสนอรัฐบาล 3 ข้อ
ประกอบด้วย 1 . ให้รัฐบาลจัดสรรโควต้าส่งข้าวออกต่างประเทศอย่างน้อย 500,000 ตันและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยอีกอย่างน้อย 500,000 ตันร่วมเป็น1 ล้านตันโดยระหว่างจัดสรรโควต้าให้รัฐบาลดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในอัตราละ 15,000 บาทต่อไป จนกว่าโควต้า ดังกล่าวจะแล้วเสร็จ 2.ให้รัฐบาลสั่งการให้ ธ.ก.ส.โอนหนี้พร้อมทรัพย์สินของเกษตรกรและชาวนาที่เป็นสมาชิก กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรทั้งหมดที่ขาดอายุความให้รัฐบาลตัดดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมดทิ้งไปและลดเงินต้นทั้งหมดในทุกรายทุกกรณี และ 3.ให้กระทรวงการคลังดำเนินการให้ธนาคารของรัฐทั้งหมดอาทิ คือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ดำเนินการจำหน่ายหนี้จากลูกหนี้ให้แก่เกษตร ชาวนา สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตามกฏกระทรวงการคลังฉบับที่ 262/2549 ในทันที่
ทั้งนี้ นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองได้เชิญตัวแทนจำนวน 10 คนเข้ามาร่วมพูดคุยที่ห้องศูนย์บริการประชาชนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้อง


