วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตรวจบริษัทเอสเคทีมอเตอร์นำเข้ารถหรูรอบ2

ดีเอสไอลงตรวจสอบบริษัทเอสเคทีมอเตอร์ สถานที่ประกอบรถยนต์หรูนำเข้ารอบ2 จ.ปราจีนบุรี ด้านผู้ประกอบการลั่นจะเอาผิดตรงไหน

พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ พ.ต.ท.สุวิชชา ถมยาบัตร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ,นายสมโภชน์นรัตน์ แก้วน่วม ผอ.สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิตและกองพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ร่วม เข้าตรวจสอบรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ รวม จำนวน 37 คัน ประกอบด้วยรถยนต์นำเข้ายี่ห้อต่าง ๆ ประกอบด้วยยี่ห้อ เบนซ์รวม 15 คัน ,เนนรีจำนวน 2 คัน ,บีเอ็มดับเบิลยูรวม 6 คัน,เปอเช่จำนวน 1 คัน ,โตโยต้ารวม 7 คัน ,นิสสัน รวม 3 คัน ,ดอส จำนวน 1 คัน ที่บริษัทเอสเคทีมอเตอร์จำกัดเอสเคทีมอเตอร์จำกัด ตรงข้ามหมู่บ้านพุทธรักษา หมู่ 1 ต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรีมีนายวัชรไกรศร เกตจรัส อายุ 38 ปี เลขที่ 53/1 หมู่ 10 ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทเอสเคทีมอเตอร์จำกัดเอสเคทีมอเตอร์จำกัดให้ข้อมูลรายละเอียดและนำตรวจเป็นรอบที่ 2 เพื่อตรวจ ทั้งนี้สืบเนื่องจากได้อยู่ระหว่างการตรวจยึดเอกสารประกอบรถยนต์ และตรวจสอบว่ารถยนต์เหล่านี้ได้มีการนำมาเป็นคัน หรือนำมาเป็นชิ้นส่วน หรือไม่ก่อนหน้านี้

พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า ได้พาเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจรายละเอียดรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ รวม จำนวน 37 คัน ที่อายัดไว้ โดยตรวจ อาทิ เลขเครื่อง ตัวถัง เลขเกียร์ พร้อมเอกสารโดยละเอียดทีละคัน โดยวันนี้จะสามารถตรวจได้ประมาณ 15 คันโยจะเร่งตรวจให้เร็วที่สุด และยังไม่รู้ผลการตรวจ ต้องรอรายงานจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป”พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ กล่าว

ด้านนายวัชรไกรศร เกตจรัส กรรมการผู้จัดการฯ กล่าวว่า หน่วยดีเอสไอ.แจ้งว่าลงมาตรวจรถยนต์รวม 37คัน ตามที่อายัดไว้ ตรวจสอบชิ้นส่วนว่านำมาเป็นชิ้นส่วนจริงหรือไม่และจะได้ตรวจต่อไปคือเอกสาร จากผู้นำเข้าและตัวแทนผู้นำเข้าว่าถูกต้องหรือไม่ จะทราบผลประมาณ 2 อาทิตย์ สำหรับรถยนต์ทั้งหมดนี้บริษัทฯตนเองได้ซื้อชิ้นส่วนจากผู้นำเข้ามาประกอบจากชิ้นส่วนมาประกอบเป็นรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ อีกทีหนึ่งโดยได้ประกอบการผลิตรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนเก่าใช้แล้วและนำมาแสดงขายแก่ลูกค้าในราคาต่าง ๆ ตั้งแต่ปี2535 และได้ผ่านการชำระภาษีมาโดยตลอด โดยราคาที่ซื้อขายกันอาทิ เบนซ์ราคา 4-7แสนบาท,BMW. ราคา 7 แสนบาท, โปเช่(รุ่นเก่า) ราคา 4 แสนบาท ,เบนรี ราคา 1.8ล้านบาท,เลกซัสราคา 6แสนบาท,โตโยต้าออพาส ราคา 5.7แสนบาท เป็นต้น

"บริษัทฯได้หยุดประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ตั้งแต่ปลายปี 2555 เนื่องจากการยื่นขอจดทะเบียนรถยนต์กับสรรพสามิตส่วนหนึ่งไม่ผ่านจึงได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองตั้งแต่เดือน พ.ย.2555 ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้นได้ยื่นขอชำระภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนเก่าใช้แล้วต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โครงสร้างราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น จำนวน 183 คัน แต่ปรากฏว่าผ่านการชำระภาษี จำนวน 77 คัน ส่วนรถยนต์ที่เหลือ 106 คันสรรพสามิตไม่รับชำระภาษีสรรพสามิตทำให้บริษัทฯเสียหาย จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครองดังกล่าวเอาผิดกับสรรพสามิตจ.ปราจีนบุรี,สรรพสามิตภาค2และกรมสรรพสามิตในขณะนี้ ล่าสุดนี้กรมสรรพสามิตได้ขยายเวลาตอบข้อโต้แย้งอีก 30 วัน" นายวัชรไกรศร กล่าว

นายวัชรไกรศร กล่าวว่า ในฐานะผู้ประกอบการรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนถามว่า ดีเอสไอจะเอาผิดตรงไหนหากรถจดประกอบทำถูกต้อง จะหาช่องผิดอีกหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการไม่ใช่ผู้นำเข้าเราซื้อชิ้นส่วนมาจากผู้ที่นำเข้ามากว่า20-30ปี อยากให้แก้ปัญหาแบบบูรณาการให้เยียวยากันมากกว่าทำลายอย่าเอาชนะคะคานที่ไมได้ประโยชน์กับประเทศชาติ