"ชวนนท์"ไล่จี้"นิวัฒน์ธำรง" สางปมจำนำข้าว เปิดตัวเลขสต๊อคข้าว-จีทูจี " งงกขช.มีมติพลิกกลับรับจำนำ 15,000 บาทเหมือนเดิม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับครม.ว่าไม่ได้สะท้อนเจตนาการปรับปรุงพัฒนาการบริหารในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นครม.ปู4 ปู 5 หรือ ปู6 หากนโยบายยังเป็นเช่นนี้การบริหารจะไม่เปลี่ยนแปลง และการปรับครม.ที่มีการโยกนายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล ไปเป็น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ โดยอ้างว่าจะสร้างความกระจ่างเรื่องโครงการรับจำนำข้าวนั้น หากต้องการสร้างความมั่นใจจริงต้องเปิดเผยข้อมูลดังนี้ 1 ข้อมูลการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐว่าขายได้เท่าไหร่ เมื่อไหร่ และสต๊อกมีตัวเลขจริงที่ไม่ใช่การแต่งเสริมอย่างไร และข้าวที่มีข่าวว่าถูกดึงออกจากโกดังจำนวน 2 ล้านตัน แต่กลับพบว่ามีการผลิตเพียงแค่ 5 หมื่นตันนั้นก็ต้องชี้แจงด้วยว่าข้าวหายไปไหน
นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติหรือกขช.มีมติรับจำนำข้าว 15,000 บาทต่อตันถึงวันที่ 15 เดือนก.ย. 2556 ว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับการจำนำข้าวมาตั้งแต่ต้นและถ้าจะดำเนินการรับจำนำต่อต้องรับจำนำ 15,000 บาท ตลอดอายุรัฐบาล เพราะมีการเปิดช่องทุจริตมาสามฤดูกาลจนเงิน 2.6 แสนล้านถูกละลายไปกับการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ชาวนาได้ประโยชน์เพียงแค่ 8.6 หมื่นล้าน ดังนั้นหากรัฐบาลสามารถปิดช่องว่างการทุจริตได้ก็จะมีเงินเพียงพอที่จะรับจำนำข้าว 15,000 บาทตลอดอายุของรัฐบาลชุดนี้ อย่างไรก็ตามอยากทราบว่าหลักการและพื้นฐานข้อมูลของรัฐบาลในการเปลี่ยนแปลงราคารับจำนำคืออะไร เพราะประชาชนสับสนหมดแล้วว่าปลูกข้าวฤดูนี้จะขายได้เท่าไหร่ และขอตั้งข้อสังเกตว่ามีข่าวตลอดว่าอาจมีการยุบสภาเร็ว ๆ นี้ จึงสงสัยว่าข่าวยุบสภาอาจเป็นเรื่องจริงเพราะรัฐบาลกำลังขยายเวลาการรับจำนำข้าวที่ 15,000 บาทออกไปเพื่อหลอกเกษตรกรว่าพรรคเพื่อไทยทำได้ตามที่หาเสียงใช่หรือไม่
นายชวนนท์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังประสบกับปัญหา 1 โกง 2 กู้ คือ 1. โกงจำนำข้าว และ2 กู้บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน แม้ศาลปกครองให้ไปปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลยังเดินหน้ากู้เงินแสดงให้เห็นว่ามีวัตถุประสงค์ต้องการเบิกเงินมาเก็บในกระเป๋ามากกว่าที่จะหวังเห็นผลในการแก้ปัญหาอุทกภัย ขอให้จับตาการลงนามในสัญญากู้เงินกับสถาบันการเงินของรองปลัดกระทรวงการคลังว่า หากมีการคิดดอกเบี้ยก็จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ เพราะถ้าศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้นจะต้องมีคนรับผิดชอบ และเห็นว่ารัฐบาลขณะนี้เก่งแต่กู้ และกู้รอโกง ส่วนการกู้เงินสองล้านล้าน เชื่อว่าจะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับเงินกู้ 3.5 แสนล้าน เพราะไม่มีรายละเอียดในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝากถึงนายนิวัฒน์ธำรงค์ ให้ปฏิบัติตามสัญญาในการรับจำนำข้าว 15,000 บาทตามที่ได้หาเสียงไว้ หากทำไม่ได้ก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนกรณีการตรวจสอบการบริหารสต๊อคข้าวในโครงการจำนำของรัฐบาลนั้น รัฐบาลควรทำในเชิงคุณภาพ โดยต้องผ่าโกดัง ซึ่งข้าวที่เสื่อมสภาพไม่ใช่แค่จัดเก็บแต่เกิดจากการทุจริต เพราะมีข้าวเสื่อมสภาพที่ถูกซุกไว้หรือที่เรียกว่า “ล้อมกอง หยอดลงหลุม” เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น


