วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ล็อกซเล่ย์'มั่นใจคลังข้อมูลน้ำ สร้างเสร็จ3ปี

'ล็อกซเล่ย์'มั่นใจคลังข้อมูลน้ำ สร้างเสร็จ 3 ปี โชว์ผลงานอาเซียน

คลังข้อมูลน้ำและระบบพยากรณ์ หัวใจของการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกโมดูลน้ำเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเขื่อน ฟลัดเวย์ แก้มลิง ระบบแผนที่ของแต่ละหน่วยงานที่จะต้องนำมาซ้อนทับกันบนแผนที่เดียว โจทย์ยากของโมดูล A6+B4 จึงไม่ใช่แรงต้านจากคนในพื้นที่ แต่จะต้องอาศัยเทคนิคดึงข้อมูลน้ำจากแต่ละหน่วยงานมาอยู่ในมือให้ได้

"วสันต์ จาติกวณิช" กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เล่าถึงการเข้ามาร่วมประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน ว่า บริษัทเข้าร่วมประมูลในโครงการนี้เพราะสนใจในโมดูลบริหารข้อมูล ซึ่งมองว่ามีความได้เปรียบ

จึงได้จับมือกับบริษัท เอจีที อินเตอร์เนชั่นแนล จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งบริษัทมีประสบการณ์จัดการน้ำนอกประเทศ เนเธอร์แลนด์ และจีน ซึ่งมีความคุ้นเคยกับประเทศไทยพอสมควร

สิ่งที่ต่างชาติมองคือประเทศไทยมีข้อมูลน้ำที่เพียงพอ แต่ไม่ถูกนำมารวมกันเพื่อใช้ในบริหารจัดการอย่างแท้จริง โดยเป้าหมายของคลังข้อมูลน้ำและระบบพยากรณ์ โมดูล A6+B4 คือการนำทุกข้อมูลน้ำที่มีอยู่มาเชื่อมต่อกัน เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถดึงไปใช้ประโยชน์ได้

ภายใต้งบประมาณ 3,902.35 ล้านบาท ซึ่งปรับลดลงจากเพดานราคา 4 พันล้านบาท สิ่งที่ล็อกซเล่ย์-เอจีที ผู้ชนะการประมูลในโมดูลนี้จะดำเนินการคือ การพัฒนาระบบคลังข้อมูล แบบจำลอง และการพยากรณ์ที่แม่นยำ บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่ ภายใต้กรอบเวลาดำเนินการ 5 ปี ตามที่รัฐบาลกำหนดในทีโออาร์

"การประมูลในรูปแบบปกติมีโจทย์ที่ชัดเจน เพื่อหาราคาที่ต่ำที่สุด แต่การประมูลครั้งนี้นับเป็นการระดมสมอง หาแนวคิดที่ดีที่สุด ก่อนที่การประมูลจะเริ่มขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นความกล้าหาญอย่างหนึ่งของรัฐบาล ที่ตัดสินพลิกรูปแบบการประมูล ขอคอนเซ็ปท์เพื่อเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด"เขากล่าวยอมรับ หลังทุ่มเทเวลาอย่างเต็มที่ให้กับการประมูล

ภายหลังเจรจาต่อรองราคา ลดลงไป 97.65 ล้านบาท เพิ่มในส่วนของกองทุนการศึกษา 20 ล้านบาท เพื่อพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยีที่ขอเพิ่มเติม เช่น เครื่องวัดความเร็วน้ำ และอุปกรณ์อื่นๆ

ทั้งนี้ภายหลังการเซ็นสัญญา งานคลังข้อมูลน้ำสามารถเดินหน้าได้ทันที และมั่นใจว่าในส่วนของซอฟต์แวร์จะติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายใน 3 ปี ส่วน 2 ปีสุดท้ายจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี

สำหรับข้อกังวลที่ว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีของหลากหลายบริษัท อาจทำให้การเชื่อมต่อเข้าสู่คลังข้อมูลมีปัญหา เขาย้ำว่า ข้อมูลวัดระดับน้ำในโลกนี้มีฟอร์แมทอยู่ไม่กี่แบบ การจะสร้างอะไรข้อมูลต้องไปต่อเข้ากับหน่วยงานรัฐที่ดูแล เพราะฉะนั้นการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าด้วยกันจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโครงการนี้

"ในช่วง 2-3 ปี ที่โมดูลอื่นๆ เริ่มก่อสร้าง ผมเชื่อว่าเราเชื่อมต่อได้หมด เพราะข้อมูลในประเทศไทย ณ ตอนนี้ กว่า 90% เพียงพอกับการบริหารน้ำในประเทศ" เขากล่าว และยอมรับว่า ความเห็นของเอจีที คืออยากให้โมดูลคลังข้อมูลเดินหน้าก่อนโมดูลอื่น เพื่อจะได้ใช้ข้อมูลในการวางแผนก่อสร้าง จากแบบจำลอง ที่ชี้ให้เห็นเลยว่า ถ้าเลือกพื้นที่ตรงนี้ในการสร้างแก้มลิง จะรองรับน้ำได้มากน้อยแค่ไหน และผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงจะเป็นอย่างไรบ้าง

แต่ในเมื่อระยะเวลาดำเนินการมีค่อนข้างจำกัด สิ่งที่ทำได้ ณ วันนี้ คือเริ่มเตรียมงานให้ข้อมูลบางอย่างที่ทำได้เร็ว มีข้อมูลอยู่แล้ว ใช้งานได้ทันที ในช่วง 6 เดือนแรกจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 18 หน่วยงาน และเดินหน้าทำข้อมูลในทันที เพื่อให้โครงการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องได้ใช้ข้อมูลจริง

"ผมเชื่อว่าข้อมูลในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลางมีค่อนข้างครบ จากการอัพเดทล่าสุดภายใต้ความร่วมมือของไจก้า ประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับแผนที่ที่มีอยู่ โดยจะนำเข้าในระบบเพื่อทดลองสร้างแบบจำลองใช้งานได้ทันที เพราะสิ่งที่เราต้องการในวันนี้คือคอมเมนท์จากผู้ใช้งาน เพื่อพัฒนาระบบให้สมบูรณ์" เขากล่าว

ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนแรกเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในขณะที่ศูนย์แบคอัพข้อมูลอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วง 2 เดือนนับจากนี้ เพื่อให้คนได้ทดลองใช้ข้อมูลจริง โดยได้เช่าพื้นที่ของบริษัท แคท เทเลคอม บางรัก เพื่อตั้งคอมมานเซ็นเตอร์ หรือคอนโทรลรูมชั่วคราว ก่อนที่รัฐบาลจะหาพื้นที่ก่อสร้างศูนย์บัญชาการถาวร ซึ่งอยู่ภายใต้งบประมาณก้อนนี้ด้วย

นายวสันต์ ชี้แจงว่า งบประมาณในภาพรวมของโครงการแบ่งครึ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ฮาร์ดแวร์รวมก่อสร้างอาคารและระบบคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ ระบบบริหารจัดการ โดยล็อกซเล่ย์รับผิดชอบในส่วน local การก่อสร้างอาคาร วางระบบ และประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

"คอนเซ็ปต์ ของคลังข้อมูลน้ำคือคอมมานเซ็นต์เตอร์อยู่ทุกที่ผ่านอุปกรณ์แท็ปเลต เข้าถึงข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตกลางเป็น Verture World ด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย" เขากล่าว

อย่างไรก็ตามโจทย์ยากของโครงการนี้คือ ความเสี่ยงในการบริหารโครงการ ที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานยังมีปัญหา การจัดเก็บข้อมูลไม่ตรงกัน

บริษัทได้กันเงินไว้กับค่าความเสี่ยงงาน Project Management มากกว่าโครงการไอทีอื่นๆ แม้ตัวโครงการจะไม่เกี่ยวกับการเวรคืนที่ดิน แต่จะต้องสื่อให้ประชาชนในรับทราบข้อเท็จจริง ของการดำเนินงานเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในภายหลัง

"โครงการนี้เรียกได้ว่าเป็นเมกะโปรเจคของงานด้านไอที แม้ล๊อกซ์เล่ย์จะมีประสบการณ์ทำระบบให้สรรพากรมาก่อน แต่เป็นการค่อยๆ ทำ ต่างจากโครงการน้ำที่ต้องแล้วเสร็จใน 5 ปี" เขากล่าว

เมื่อถามถึงสิ่งที่บริษัทจะได้จากโครงการนี้ คงไม่ใช่กำไรจากการประมูล แต่สิ่งที่บริษัทมองคือการขยายตลาดระบบการบริหารจัดการน้ำไปยังประเทศในภูมิภาค ข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ ภาพการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ในประเทศ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และเป็นใบเบิกทางในการส่งออกเทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำไปยังประเทศอื่น

การลงทุนระบบบริหารข้อมูลลุ่มน้ำในส่วนคลังข้อมูล ของรัฐบาลไทยเป็นงานขนาดใหญ่ที่เปิดให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการร่วมกับรัฐบาล เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐในแต่ละประเทศจะเป็นผู้ดำเนินการ

นายวสันต์ยอมรับว่า บริษัทมีแนวคิดที่จะตั้งบริษัทร่วมทุน Joice Venture ร่วมกับเอจีที เพื่อปูทางธุรกิจในอนาคตด้วย