รองเลขาฯสมช.ระบุการแบ่งสีฝ่าย บั่นทอนความมั่นคงภายในประเทศ ทำไทยเป็นแค่ทางผ่านอาเซียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ร่วมกับสมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลับเกษตรศาสตร์ จัดการประชุมวิชาการด้านความมั่นคงศึกษา ในหัวข้อเรื่อง "มิติความมั่นคงที่เปลี่ยนไปในบริบทของประชาคมอาเซียน 2015" โดยมี นายอดิศักดิ์ ตันยากุล รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) น.ส.ฉัตรวดี จินดาวงษ์ นัการทูตชำนาญการ กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายอดิศักดิ์ กล่าวต่อนหนึ่งระหว่างการเสวนาว่า สิ่งแวดล้อมด้านความมั่นคงมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มองว่า ในปี 2015 ความมั่นคงจะมีความซับซ้อน ลึกซึ้ง และแหลมคม มากขึ้น ดังนั้นคนที่ทำงานด้านความมั่นคงคงต้องเหนื่อยขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม ตามนโยบายแผนพัฒนาด้านความมั่นคงในปี2555-2559 เรื่องความมั่นคงภายในประเทศ มีการวิเคราะห์กันว่า เป็นภัยคุกคามที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะ ปัจจุบันปัญหาเรื่องความแตกแยก การแบ่งสีเป็นฝักเป็นฝ่าย รวมถึงความนิยมใช้ความรุนแรงที่กลายเป็นสนิมในเนื้อเหล็กจะบั่นทอนความมั่นคงภายในประเทศ จนส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยถูกมองข้ามหรือเป็นเพียงทางผ่านของอาเซียนเท่านั้น ตลอดจนความมั่นคงในสถาบันหลักของชาติ ซึ่งกลายเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมยุคปัจจุบัน ตนมองว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์เหมือนในต่างประเทศ จึงมีความสำคัญที่ต้องดำรงไว้
ด้าน น.ส.ฉัตรวดี กล่าวว่า การรวมตัวกันของกลุ่มอาเซียน เพื่อป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ในอดีตจะเน้นเรื่องการเมืองและความมั่นคง แต่ปัจจุบันจะเน้นความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ และกำลังจะก้าวเข้าสู่ความมั่นคงด้านสังคม เพราะฉะนั้นโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องเปลี่ยนไปด้วย รวมถึงการแข่งขันและผลประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจจะมีความซับซ้อน เพราะฉะนั้น เราต้องเป็นเพื่อนกับทุกคน เป็นมิตรกับทุกฝ่าย และต้องคอยดูว่าใครจะเข้ามาให้ผลประโยชน์กับภูมิภาคของเรา ทั้งนี้กลุ่มประเทศในอาเซียนจะต้องมีความร่วมมือกันมากขึ้น จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ ปัญหาจะมีลักษณะการข้ามพรหมแดน รวมถึงผลกระทบที่ตามมาอย่างรวดเร็ว เช่น การเกิดหมอกควันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย


