"องอาจ"ไม่เชื่อรัฐลุยสอบทุจริตโรงสีทั่วประเทศ 1,600 แห่งวันเดียวเสร็จ ดักคออย่าตรวจสอบแบบลูบหน้าปะจมูก ให้พุ่งเป้าไปที่โรงสีเส้นใหญ่
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่รัฐบาลประกาศตรวจสอบโรงสี ไซโล โกดังเก็บข้าวทั่วประเทศ 1,600 แห่ง ว่า ไม่มั่นใจ จะสามารถตรวจสอบได้มากน้อยเพียงใด เพราะการตรวจสอบ ถ้าจะให้เสร็จสิ้นภายใน 1 วันนั้นเป็นไปได้ยาก และในความเป็นจริง ระยะเวลาดำเนินโครงการกว่า 2 ปี ผู้เกี่ยวข้องน่าจะมีการเตรียมความพร้อม ที่จะถูกตรวจสอบไว้แล้ว และการตรวจสอบในหลายสถานที่ โอกาสที่จะตรวจสอบให้ได้ละเอียดคงจะเป็นไปได้ยาก ซึ่งตนเห็นว่าในทางปฏิบัติคนในพื้นที่จะทราบอยู่แล้ว ว่าโรงสีใดส่อไปในทางทุจริต ซึ่งรัฐบาลก็น่าจะมีข้อมูล แล้วค่อยไปดำเนินการตรวจสอบตามข้อมูลที่มี เช่นที่จังหวัดพิจิตร ในโรงสีแอลโกลด์แมนูแฟคเจอร์ จำกัด ที่เมื่อย้อนไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ชื่อเดิมคือโรงสีก้องเกียรติ ที่เก็บข้าวจาก อคส. และพบว่ามีการทุจริต แต่ยุคนี้โรงสีดังกล่าวก็เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วไปทำงานร่วมกับ อตก. ซึ่งคนทั้งจังหวัดรู้ดีว่าติดแบล็คลิสต์ แต่หลังเปลี่ยนชื่อ คนทั้งจังหวัดก็ไม่มีใครทราบ เพราะมีระดับรัฐมนตรีอยู่เบื้องหลังจึงไม่มีใครทำอะไรได้ ดังนั้นการตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ หวังว่าคณะที่ไปตรวจสอบจะไม่ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปล่อยปละละเลยและควรดำเนินการอย่างชัดเจน พุ่งเป้าไปที่โรงสีเส้นใหญ่
นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่ ครม. มีมติตั้ง คณะทำงาน พิจารณาภาพรวม และประเมินผลโครงการลงทุนภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 หรือแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ว่า เป็นการแก้เกี้ยวทางการเมือง เนื่องจากช่วงนี้รัฐบาลมีโครงการประชานิยมที่ส่อให้เห็นว่ามีการทุจริตจำนวนมากทั้ง โครงการรับจำนำข้าว และโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน เพื่อจูงใจให้เห็นว่าโครงการในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เชื่อว่าหากโครงการไทยเข้มแข็งมีการทุจริตจริง รัฐบาลก็น่าจะตรวจสอบตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาบริหารประเทศแล้ว คงไม่รอมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ยินดีให้รัฐบาลตรวจสอบโครงการในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะมั่นใจทำงานอย่างโปร่งใส





