"ยิ่งลักษณ์"ลอยตัว โยน กขช.เคาะคืนจำนำข้าว 15,000 บาท แจงต้องดูความสมดุล 4 ด้าน "ความเป็นอยู่ชาวนา-พันธุ์ข้าว-ราคาตลาดโลก-วินัยคลัง"
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีกลุ่มชาวนาที่ชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลคงราคารับจำนำข้าวที่ตันละ 15,000 บาท ว่า ได้มอบหมายให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กับนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปรับหนังสือจากกลุ่มชาวนาแล้ว ซึ่งทางครม.ก็ได้รับทราบ และจะส่งให้ทางคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ(กขช.) นำไปพิจารณาต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการชดเชยด้วยการเยียวยาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขออนุญาต ให้ทางกขช.ประชุมก่อน แต่ยืนยันในหลักการเดิมว่า นโยบายหลักของรัฐบาลคือการดูแลความเป็นอยู่ของเกษตรกร ชาวนา แต่คงต้องขอความร่วมมือว่าต้องคำนึงถึงความสมดุลทั้ง 4 ด้าน ให้สัมพันธ์กันด้วย ซึ่งจะนำไปให้ทางกขช.ไปพิจารณา รวมถึงต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ของชาวนาด้วย
เมื่อถามว่ารัฐบาลยังไม่รับข้อเสนอที่เรียกร้องใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วต้องเข้ามาที่กขช.ก่อน แล้วจึงจะออกมาได้ ซึ่งตอนนี้คงจะไม่สามารถตอบได้ตอนนี้ แต่เราได้มอบหมายให้นายบุญทรง นำเรื่องของชาวนาไปพิจารณาแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อพยายามถามย้ำว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับราคารับจำนำกลับไปที่ตันละ 15,000 บาท นายกฯ กล่าวว่า “ขออนุญาตนะคะ ต้องให้ทางคณะกรรมการก่อน”
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่ส.ส.เพื่อไทย บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการปรับลดราคารับจำนำข้าว นายกฯ กล่าวว่า เราต้องการเห็นความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวนา ถ้าพบว่าขาดทุนจริงๆก็ต้องมาช่วยกันดูแล แต่ถ้าไม่ได้ขาดทุนและขาดทุนในผลต่างของกำไรก็คงต้องขออนุญาตนำมาพิจารณาในเรื่องของความสมดุลทั้ง 4 ประการคือความเป็นอยู่ของชาวนาที่จะต้องช่วยดูในเรื่องคุณภาพชีวิตให้ลืมตาอ้าปากได้ และให้สัมพันธ์กับพันธุ์ข้าวหรือคุณภาพข้าว ขณะเดียวกันพันธุ์ข้าวคุณภาพข้าว ก็จะสะท้อนมาที่คุณภาพราคาตลาดโลกและรักษาวินัยการเงินการคลังให้สมดุล เพราะถ้าเราไม่นึกถึงวินัยการเงินการคลังเลยก็คงไม่ได้ ซึ่งก็ต้องเป็นความสมดุลทั้ง 4 ส่วนที่ต้องทำงานอย่างใกล้ชิด และคำนึงถึงทุกมิติอย่างครบถ้วน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีข้าวที่หายไปกว่า 8 พันตัน ที่โกดังจังหวัดพิจิตร นายกฯ กล่าวว่า การตรวจในเรื่องของทุจริตจะเป็นการตรวจในระดับปฏิบัติการ ซึ่งตามหลักถ้าเราคุยกันในเรื่องของนโยบาย ก็เป็นนโยบายที่รัฐบาลส่งเสริมให้ชาวนานั้นมีรายได้ที่ดีขึ้น โดยขั้นตอนการปฏิบัติการเป็นเรื่องของกระบวนการ กฎระเบียบต่างๆที่เราได้ออกไว้ ซึ่งวันนี้เราได้สั่งให้กขช.นำระเบียบต่างๆไปดู ในจุดที่จะต้องเพิ่มเติมให้เกิดความรอบคอบ และในเรื่องของขั้นตอนการปฏิบัติซึ่งเราจะดูทั้งในส่วนของระเบียบ และขั้นตอนการปฏิบัติว่าได้มีการปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ครม. ก็ได้มีการตั้งบริษัทเซอร์เวย์เยอร์ คนกลางขึ้นมาตรวจร่วมกับคณะกรรมการซึ่งก็มีอนุกรรมการระบายข้าวอยู่ด้วย รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะลงตรวจพร้อมๆกันทั้งหมดในวันเดียว
เมื่อถามว่าเบื้องต้นมีการตรวจพบว่ามีบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำ แต่ก็ยังเข้ามารับจำนำข้าว ตรงนี้เป็นความรับผิดชอบของใคร นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องไปตรวจสอบ อย่างที่บอกว่าถ้าขั้นตอนบอกว่าไม่ให้ขึ้นถ้าใครได้รับขึ้นมาก็ต้องตรวจกันไปในรายละเอียด ต้องเรียนอย่างนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาทั้งระบบ แต่เป็นปัญหาเฉพาะจุด เราก็ต้องลงไปให้ความเป็นธรรมและตรวจเฉพาะจุดด้วยว่า เป็นปัญหาที่ระดับปฏิบัติหรืออย่างไร ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ก็ขอให้ทุกอย่างมีความชัดเจน เพราะว่าแต่ละจุดคงตอบปัญหาแบบเดียวกันไม่ได้ คงต้องให้คณะกรรมการและสตช.ทำเรื่องสรุปขึ้นมาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด
ส่วนที่จะมีมาตราการเร่งด่วยช่วยเหลือชาวนาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า มาตราการเร่งด่วนอย่างแรกได้ออกไปแล้ว โดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้มีเอกสารชี้แจง ผ่านทางผู้ว่าฯ ที่ประสานงานไปยังท้องที่ในการที่จะให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องของการลดต้นทุนการปลูกข้าว ถ้าทำตามขั้นตอนที่แนะนำ ซึ่งได้ฟังจากนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็เรียนว่าอาจจะลดได้ถึงประมาณหลักพันบาท ซึ่งนี่คือหนึ่งในมาตรการ ขณะเดียวกันช่วงบ่ายวันนี้(25มิ.ย.) ก็จะมีการประชุมในเรื่องของเกษตรโซนนิ่ง ในการดูแลพื้นที่เพาะปลูกเพราะเบื้องต้นเราได้สำรวจแล้วว่า มีพืชหลายประภทที่ยังมีความต้องการอยู่ทั้งพืชพลังงาน และอื่นๆ รวมถึงยังขาดพื้นที่เพาะปลูก อย่างเช่นจ.กำแพงเพชร และจังหวัดอื่นๆที่มีความพร้อม รวมถึงอาชีพอื่นที่ยังมีความต้องการอีกเยอะ เช่น ปศุสัตว์ ประมง ก็จะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรด้วยเช่นกัน
เมื่อถามว่าการรับจำนำข้าวราคาตันละ15,000 บาทนั้นไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ใช่ค่ะ อันนี้ต้องเรียกว่าไม่เกี่ยวกับราคา 15,000 แต่เกี่ยวกับความสมดุลรวมฉะนั้นเราต้องดูว่าปริมาณข้าว เราต้องไปดูส่วนต่างของราคาที่เป็นราคาตลาดโลกกับคุณภาพข้าว ว่าอย่างไรเหมาะสม โดยทุกอย่างต้องมีอย่างเช่นต้นทุนเท่าไหร่ ที่พอจะอยู่ได้ระดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าจะสูงมากเกินไป ก็ต้องไปดูความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง”





