ครม.กางบัญชีเงินเดือนองค์กรอิสระ ตั้ง"พงศ์เทพ"นั่งปธ.ทบทวนเงินเดือนหน่วยงานรัฐ
ร้อยโทหญิงสุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม.ว่า ครม.มีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 107/2556 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมทั้งหมด โดยมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯเป็นประธานกรรมการ รมว.คลัง เป็นรองประธานฯคนที่หนึ่ง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.สำนักนายกฯ เป็นรองประธานฯคนที่สอง
ส่วนกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล นายภัทรศักดิ์ อุตตมะโยธิน นายวรพล โสคติยานุรักษ์ นายวิษณุ เครืองาม นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นกรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป
รองโฆษกฯ กล่าวถึงอำนาจหน้าที่ว่า 1. ศึกษาและวิเคราะห์เปรียบเทียบเกี่ยวกับอัตราค่าตอบแทนของหน่วยงานภาครัฐในภาพรวม เพื่อให้อัตราค่าตอบแทนมีความเสมอภาค เป็นธรรมและเหมาะสม ไม่เหลื่อมล้ำ เทียบเท่ามาตรฐานการครองชีพ และให้สอดคล้องกับระบบการบริหารงานภาครัฐสมัยใหม่ 2. จัดทำข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าตอบแทนขั้นสูงและขั้นต่ำของผู้บริหารและบุคลากรของหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมที่เป็นมาตรฐานกลางหรือบัญชีกลางต่อครม.เพื่อใช้เป็นมาตรฐานประกอบการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ และเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนำไปจัดทำเป็นบัญชีค่าตอบแทนของตนเอง
3. ศึกษาวิเคราะห์อัตราค่าตอบแทนของหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมทั้งระบบในเชิงเปรียบเทียบกับภาวะการณ์เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและภาคเอกชน รวมทั้งรายงานต่อครม.เป็นระยะทุกสิ้นปีงบประมาณหรือระยะเวลาอื่นตามที่เห็นสมควร
4. อำนาจหน้าที่ตามข้อ 1 ข้อ 2 และ ข้อ 3 ให้ครอบคลุมส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานอื่นของรัฐในสังกัดฝ่ายบริหาร หน่วยงานอื่นของรัฐในสังกัดฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานอื่นของรัฐในสังกัดฝ่ายตุลาการ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
5. เชิญบุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งภาคเอกชนมาชี้แจงแสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อมูลหรือส่งเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา
6. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
7. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี
ด้านนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประธานกรรมการ กรรมการ และอนุกรรมการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมจากร่างพระราชกฤษฎีกาที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ซึ่งสาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกาฯเพื่อให้อัตราค่าตอบแทนของประธานกรรมการและกรรมการสิทธิฯยึดโยงและสอดคล้องกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินตามมติครม.เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2552 และวันที่ 8 มีนาคม 2554
"อัตราเงินเดือนใหม่ของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนจะเทียบเท่ากับประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน คือจากเดิม 70,870บาท เป็น 74,420บาท ส่วนเงินประจำตำแหน่งคงเดิมคือ 45,500 บาท ส่วนกรรมการสิทธิฯได้อัตราเงินเดือนใหม่เท่ากับผู้ตรวจการแผ่นดิน จากเดิม 69,750บาท เป็น 73,240บาท เงินประจำตำแหน่งเท่าเดิม 42,500บาท" นายภักดีหาญส์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมในวาระนี้ในเอกสารครม.มีการทำตารางเปรียบเทียบเงินเดือนและเงินค่าตำแหน่งขององค์กรอิสระหลายองค์กร อาทิ ประธานศาลรัฐธรรมนูญเงินเดือน 75,590 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000บาท ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 73,240บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500บาท ประธานกกต.เงินเดือน 74,420บาท เงินประจำตำแหน่ง 45,500บาท กรรมการกกต.เงินเดือน 73,420บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500บาท ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เงินเดือน 74,420บาท เงินประจำตำแหน่ง 45,500 บาท ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเงินเดือน 73,240 บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500บาท ประธานป.ป.ช. เงินเดือน 74,420บาท เงินประจำตำแหน่ง 45,500บาท กรรมการป.ป.ช. เงินเดือน 73,240บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500บาท ประธานตรวจเงินแผ่นดินเงินเดือน 74,420บาท เงินประจำตำแหน่ง 45,500บาท และกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเงินเดือน 73,240 บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500บาท





