กมธ.คมนาคมฯจวกส.ม.อ.ใส่เกียร์ว่างนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ แนะปรับภาษีเท่าเทียม ด้านสรรพสามิตโวยผู้มีอำนาจยุ่งทำงานลำบาก
การประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเจือ ราชสีห์ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณากระบวนการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศรวมทั้งการจัดเก็บภาษีและจดทะเบียนรถยนต์ตามระเบียบของราชการ โดยเชิญนายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต นายวิรัตน์ อาชาอภิสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ส.ม.อ.)รวมทั้งตัวแทนสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง
โดยบรรยากาศในการประชุมกมธ.หลายคนได้ตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องการจัดเก็บภาษีของรถจดประกอบที่นำเข้ารวมทั้งการนำรถเข้าตรวจที่ ส.ม.อ.ซึ่งทำให้เป็นปัญหา ซึ่งนายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกมธ. ได้เสนอการแก้ไขปัญหา ว่า ให้ตั้งเพดานภาษีอย่างเท่าเทียมกันแล้วให้เสนอเรื่องต่อรัฐบาลเพื่อให้ดำเนินการกับรถทุกประเภทอย่าใช้แต่กับรถหรูเท่านั้น ทั้งยังตั้งคำถามต่อ ส.ม.อ.เหตุใดรถหรูเต็มคันที่เข้ามาในไทยทำไมต้องผ่าน ส.ม.อ. และรถเข้ามากับบริษัทนำเข้า สามารถผ่านการตรวจสอบของ ส.ม.อ.ได้ แต่รถที่เข้าแบบจดประกอบทั้งที่เป็นรถประเภทและรุ่นเดียวกันแต่ ส.ม.อ.กลับไม่ตรวจให้ ทั้งนี้ยังได้รับการร้องเรียนรถบรรทุกที่จดประกอบทั้งที่มีเอกสารถูกต้องและมีใบอนุญาตแล้ว แต่ติดที่ ส.ม.อ.ไม่ตรวจสอบ วันนี้ ส.ม.อ.ไม่ทำงานไม่เอาอะไรสักอย่าง แทนที่กรมการขนส่งจะได้ภาษีก็ไม่สามารถจัดเก็บได้
ขณะที่นายทศพล เพ็งส้ม ที่ปรึกษากรรมาธิการฯกล่าวว่า ขณะนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนเช่นกันว่า ส.ม.อ.ยังไม่รับตรวจสอบ เพราะว่ามีการต่อรองค่าใช้จ่ายประมาณ 150,000 บาทต่อคัน ซึ่งอยากรู้ว่าขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์ตรวจสอบรถจำนวนเท่าใด
ด้านนายวิรัตน์ ชี้แจงว่า รถบรรทุกที่มีการจดประกอบหากเป็นรถต่างประเทศต้องไปตรวจสอบที่โรงงาน รวมทั้งนำเข้าห้องแล็บ ส่วนรถบรรทุกที่มีขนาดใหญ่จะต้องถอดเครื่อง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ก็สามารรถจดทะเบียนได้ ส่วนระยะเวลาในการตรวจสอบใช้ประมาณ 10 วัน และหากเป็นรถที่เคยมีตัวอย่างผลการตรวจสอบก่อนหน้านี้ก็สามารถดำเนินการได้ทันที สำหรับค่าใช้จ่ายกระทรวงอุตสาหกรรมก็มีค่าใช่จ่ายในทดสอบที่ชัดเจนว่าต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ ซึ่งยืนยันว่าการยื่นคำร้องไม่เสียเงิน แต่มีค่าใช้จ่ายใบอนุญาต 3,000 บาท อย่างไรก็ตามหากใครจดทะเบียนก็ต้องนำรถเข้าไปตรวจสอบที่ ส.ม.อ.ก็จะออกใบอนุญาตให้
ขณะที่นายสมชาย ชี้แจงว่า เรื่องรถจดประกอบจะมีการประเมินราคาเพื่อชำระภาษีสรรพสามิต ก่อนที่ไปยัง ส.ม.อ.และชำระภาษีขนส่ง ซึ่งมีสถิติเมื่อปี 2553 -2554 รับชำระภาษีตามที่ผู้ประกอบการยื่นจดแจ้งใช้ตามจำนวนราคาชิ้นส่วนในใบอินวอยส์ ประมาณ 11,000 คัน ปี 2555 รับชำระภาษี 2,000 กว่าคัน และตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงขณะนี้เหลือเพียง 544 คัน สาเหตุจำนวนลดลงเนื่องจากเห็นว่าก่อนหน้านี้ราคาไม่สอดคล้องกับรถที่นำเข้าใหม่จริง กรมสรรพสามิตจึงตั้งเกณฑ์การเสียภาษีคำนวณให้สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่เห็นได้ว่ามีการประท้วงเรื่องนี้ด้วยและเมื่อกรมปรับเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ทำให้รถหรูหายหมด ราคาในปัจจุบันรถจดประกอบกับรถนำเข้าทั้งคันจะเสียภาษีไม่ต่างกันมาก
"การดำเนินการของกรมสรรพสามิตบางครั้งกลุ่มผู้มีอำนาจในบางพื้นที่ก็ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตมีปัญหาเช่นกัน แต่ยืนยันว่ากรมสรรพสามิตยังรับชำระภาษีอย่างเต็มที่ และจะอำนวยความสะดวกให้โดยต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่วางไว้ แต่หากเห็นว่าจ่ายภาษีไม่ได้ก็สามรรถนำเงินมาวางประกันและยื่นอุทธรณ์ตามกระบวนการได้" นายสมชาย กล่าว


