วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ภราดร'เล็งจี้บีอาร์เอ็นเหตุรุนแรงกลุ่มใดทำ

เลขาสมช.เล็งถาม"บีอาร์เอ็น"ในการพูดคุย 13 มิ.ย. ระบุเหตุรุนแรงมาจากกลุ่มใด

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงการเดินทางพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่ประเทศมาเลเซีย ในวันที่13 มิ.ย. ว่า ตอนนี้ความพร้อม และความมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยประเด็นหลักยังเป็นการลดเหตุรุนแรง และยังมีการพูดคุยถึงข้อเสนอ 5 ข้อ มาขยายผลให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนต่อไป ส่วนเรื่องของโรดแมปตอนนี้ได้มาจากทุกฝ่ายแล้ว และกำลังนำมาประมวลรายละเอียดเพื่อให้สอดคล้องกัน ซึ่งคาดว่าจะทันนำเข้าโต๊ะพูดคุยวันที่ 13 มิ.ย. ซึ่งความคืบหน้าในการพูดคุยครั้งนี้คือเราจ่าจะสืบสภาพข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลังจากพูดคุยประมาณ 1 เดือนนั้นเกิดจากกระบวนการไหนกลุ่มไหน ซึ่งเราจะมีการกำชับเป็นรูปธรรมว่าข้อเท็จจริงต้องปรากฎชัดให้ได้ จะได้ร่วมแก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง

พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า จากคำตอบของในพื้นที่ที่ได้มีการจัดตั้งเวทีต่างๆ นั้นยังมีความหลากหลาย เราก็ต้องไปสื่อให้ทางบีอาร์เอ็นทราบว่า ยังไม่ชัดเจน เพราะเนื้อหาที่สื่อมาก็ยังมีการแปลความไม่ตรงกัน อย่างเช่น การที่ระบุว่าบีอาร์เอ็น ไม่ใช่กระบวนการแบ่งแยกดินแดน แต่เป็นกระบวนการปลดปล่อย ซึ่งตรงนี้มันค่อนข้างไม่ชัดเจน ซึ่งการสืบสภาพกับประชาชนคงต้องใช้อีกหลายเวที

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการนำความเห็นของนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในการสนับสนุนให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตปกครองพิเศษ มาพูดคุยหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตรงนั้นไม่ต้องเพราะเป็นไปตามกรอบเจตนารมณ์ที่พูดคุยไว้ว่าจะไม่มีการแบ่งแยกดินแดนอยู่แล้ว โดยนัยยะของกลุ่มก่อความไม่สงบคือ การมีส่วนร่วม ซึ่งรัฐธรรมนูญไทยเปิดช่องในการมีส่วนร่วมในการปกครองอยู่แล้ว แต่การปกครองที่เหมาะสมต้องมีการสืบสภาพในเวทีต่างๆพอสมควร

เมื่อถามว่าทางรัฐเองสามารถรับข้อเสนอ 5 ข้อของบีอาร์เอ็น ได้เพียงใด พล.ท.ภราดร กล่าวว่าเนื่องจากข้อมูยังไม่สมบูรณ์ทางภาครัฐก็ต้องรับฟังข้อมูลมาเรื่อยๆ แล้วประมวลวิเคราะห์อีกครั้ง เมื่อถามว่าหากมีการนำโอไอซี หรือเอ็นจีโอเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ จะเป็นการแทรกแทรงการพูดคุยหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตอนนี้เขาใช้ภาษาว่าเป็นพยาน และสังเกตการณ์ มันจึงเกิดความสับสนว่าจะไปกันอย่างไร ตรงนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการพูดคุยที่ต้องถามความชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนข้อเสนอการปลดปล่อยผู้กระทำผิดนั้น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยังมีความหลากหลาย พี่น้องประชาชน ก็บอกว่าเป็นผู้กระทำผิดปล่อยไม่ได้ต้องเอามาลงโทษ แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องให้รีบดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งตอนนี้เรามีรายชื่อแล้วจำนวนพอสมควร ซึ่งก็อยู่ที่กระบวนการที่จะพูดคุยกันด้วย โดยจะมี 2 นัยยะ คือ 1.ถ้ากระบวนการไปถึงศาลแล้วรัฐบาลคงไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ 2.ถ้าอยู่ในกระบวนการชั้นต้นเราก็จะดูให้

เมื่อถามว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เสนอว่าเมื่อการพูดคุยไม่เป็นผล จะเปลี่ยนไปพูดคุยกับกลุ่มอื่น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ได้มีการหารือกับร.ต.อ.เฉลิม เพราะนโยบายรัฐบาลเราเปิดให้คุยกับทุกกลุ่มอยู่แล้ว