วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นริศ'แจงปัดถูกสหรัฐฯจับข้อหาค้าอาวุธ

อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.โผล่แจงเปล่าถูกสหรัฐฯจับข้อหาค้าอาวุธ กต.มีแต่ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ อาจทำให้เข้าใจผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐอเมริกาได้จับกุมตัวคนไทย 6 คน ที่ร่วมขบวนการค้าอาวุธปืนข้ามชาติ ซึ่งกระจายตัวอยู่ในแต่ละรัฐ หลังพบหลักฐานส่งออกยุทโธปกรณ์ มาขายยังประเทศไทยกว่า 240 ครั้ง ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีชื่อของนายนริศ เลขะกุล อายุ 42 ปี ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นอดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. เมื่อปี 2543 นั้น ปรากฏว่า นายนริศ เลขะกุล ที่เป็นอดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. เมื่อปี 2543 ในสมัยนายพิจิตต รัตตกุล ปัจจุบันมีอายุ 67 ปี เปิดเผยว่า ในช่วงแรกนั้นมีการระบุชื่อของตน ซึ่งเขียนด้วยอักษรที่เหมือนกัน แต่ตนคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของคนชื่อเหมือนกันมากกว่า แต่ในเช้าวันถัดมา บรรดาเพื่อนๆและญาติต่างโทรศัพท์มาสอบถามตน เมื่อตนตรวจสอบดูก็พบว่าในข่าวระบุว่าเป็นอดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. จึงคาดว่าต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่าไม่ได้ถูกทางการสหรัฐฯจับกุม และไม่ได้เดินทางไปสหรัฐฯนานมากแล้ว นอกจากนี้ ตนได้เปลี่ยนชื่อมานานกว่า 4 ปีแล้ว โดยทีแรก ตนเกือบจะเดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแล้วว่าไม่ได้ถูกจับตามที่เป็นข่าว เป็นการเข้าใจผิด

" ผมรู้สึกตกใจมากกับข่าวที่ออกมา โดยในช่วงแรกนั้นมีการระบุชื่อของผม ซึ่งเขียนด้วยอักษรที่เหมือนกัน แต่น่าจะเป็นเรื่องของคนชื่อเหมือนกันมากกว่า ผมขอยืนยันว่าไม่ได้ถูกทางการสหรัฐฯจับกุม และไม่ได้เดินทางไปสหรัฐฯนานมากแล้ว นอกจากนี้ ผมก็ได้เปลี่ยนชื่อมานานกว่า 4 ปีแล้ว " นายนริศ กล่าว

ด้านนางจันวิภา เลขะกุล ภรรยาของนายนริศ กล่าวว่า ตนและญาติๆ รู้สึกตกใจมากเช่นกัน จึงรีบพากันออกไปซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่าน และพบว่าแม้อักษรที่เขียนนั้นเหมือนกัน มีการระบุตำแหน่ง แต่อายุที่ปรากฏในข่าวนั้นไม่ตรงกับของสามีของตน เพราะปัจจุบัน สามี อายุ 67 ปี แล้ว แต่ในรายงานระบุว่า 42 ปี อีกทั้ง ทางครอบครัวยังได้เปิดแผนภูมิตระกูลอีก เพื่อหารายชื่อที่อาจคล้ายกับผู้ที่ถูกจับกุม โดยพบเพียงหลานชาย ที่ชื่อ "นฤทธิ์" เพิ่งอายุได้ 30 กว่าปี และเคยเดินทางไปสหรัฐฯจริง แต่เขากลับมานานมาก และไม่เคยเดินทางไปอีก จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกันแน่นอน อย่างไรก็ตาม หลังจากนายนริศ สามีของตน จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเดินทางไปเรียนต่อระดับปริญญาโท ที่สหรัฐฯ เมื่อเดินทางกลับมาไทยก็ไม่เคยไปอีกเลยเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว โดยนายนริศ ทำงานเป็นผู้จัดการธนาการกรุงเทพ และลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว จากนั้น เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯกทม. จนกระทั่งหมดวาระ โดยตนขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยแก้ข่าวให้สามีด้วย

แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับข้อมูลการจับกุมคนไทยในคดีดังกล่าว จากเอกสารข่าวของสำนักงานอัยการสหรัฐฯ ที่ออกมาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2556