วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ถวิล'เบิกความแกนนำนปช.ปลุกระดมเผาห้างฯ

"ถวิล"เบิกความยันแกนนำนปช.ปลุกระดมให้เผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์-ศาลากลางจังหวัด หลังเหตุสลายการชุมนุมปี 53

ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องพิจารณาคดี 704 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกว่า ศาลสืบพยานโจทก์ คดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้ายคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวีระ หรือวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานนปช.กับพวกซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมนปช.รวม 24 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย,ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, และฝ่าฝืน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เหตุเกิดระหว่างวันที่ 28 ก.พ. - 20 พ.ค.2553 ต่อเนื่องกัน เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นยุบสภา

โดยวันนี้ นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เเละอดีตเลขานุการศอฉ. พยานโจทก์ เบิกความต่อจากครั้งที่แล้วว่า ภายหลังกลุ่ม นปช.ได้ย้ายไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2553 เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งจากศอฉ.ให้ปิดล้อมพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มนปช.ที่แยกราชประสงค์ ซึ่งศาลแพ่งเคยมีคำสั่งว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีการตั้งด่านสกัดกั้นการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ทั้ง 4 ด้าน โดยป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้าไปร่วมชุมนุมเพิ่มเติม ต่อมาวันที่ 12 เม.ย.2553 ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.เศษถึงเที่ยงคืน เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิด เอ็ม 79 ไปที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ย่านสีลม 5 นัด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บประมาณ 80 คน เจ้าหน้าที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์บินวนและส่องไฟสว่างเหนือบริเวณสวนลุมพินี เพื่อกดดันไม่ให้มีการยิงอาวุธมาจากสวนลุมพินี นอกจากนี้นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำ นปช.นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณตลาดไท เพื่อไปรับผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามาสมทบ แต่ถูกสกัดกั้นที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย

นายถวิล เบิกความต่อว่า ระหว่างนั้นรัฐบาลได้ส่งตัวแทนคือนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เจรจากับแกนนำนปช. 2 ครั้ง แต่ไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ได้เสนอเงื่อนไขรวม 5 ข้อ โดยรัฐบาลจะประกาศยุบสภาในช่วงปลายปี 2553 แต่เงื่อนไขของแกนนำของนปช. ต้องการให้ยุบสภาทันที ช่วงที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อมพื้นที่การชุมนุมที่แยกราชประสงค์นั้น ตามรายงานข่าวระบุว่า ในเวลากลางคืนจะมีกลุ่มคนใช้อาวุธเข้ามาโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารที่ตั้งด่านอยู่ และโดนกดดันจากกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่ง เรียกว่าโดนแบบ"แซนด์วิช" และจากการปะทะกันทำให้มีผู้เสียชีวิต

นายถวิล เบิกความว่า ต่อมาวันที่ 19 พ.ค.2553 ศอฉ.จึงมีคำสั่งให้ปฏิบัติการกระชับพื้นที่ เพราะการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ ทั้งในกลุ่มผู้ชุมนุมมีผู้ใช้อาวุธแฝงโจมตีทหารและสถานที่สำคัญต่างๆ ทำให้ชาวบ้านและทหารเสียชีวิต จึงต้องการกดดันกลุ่มผู้ใช้อาวุธให้หยุดปฏิบัติการ กระทั่งเวลาประมาณ 11.00น.เศษ แกนนำนปช.จึงประกาศยุติการการชุมนุม แกนนำบางส่วนได้เข้ามอบตัว อาทิ เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ฯลฯ แต่มีผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยจึงเกิดเหตุวุ่นวายตามมา เช่น การเผาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ห้างฯเซน,โรงภาพยนตร์สยาม ,ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์ วัน ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ,สำนักงาน ป.ป.ส. ดินแดง , อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ,อาคารมาลีนนท์ (สถานีโทรทัศน์สี ช่อง 3) และศาลากลางจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งหมด 37 แห่ง

นายถวิล เบิกความว่า ซึ่งเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งในกทม.และต่างจังหวัดมีความเกี่ยวเนื่องกัน เพราะการชุมนุมของกลุ่มนปช.ที่แยกราชประสงค์จะมีถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไปยังผู้ชุมนุมที่อยู่ต่างจังหวัดด้วย อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น แกนนำนปช.ได้กล่าวทำนองยุยงกับกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. เพื่อต้องการต่อรองกับเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้ามาสลายการชุมนุม เช่น นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กล่าวทำนองว่า ให้ผู้ชุมนุมนำขวดขนาด 1 ลิตร มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า 1 ล้านคนก็ 1 ล้านลิตร นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เคยกล่าวปราศรัยทำนองว่า คนเสื้อแดงตกใจง่าย หากตกใจก็ให้เข้าไปในศูนย์การค้าโดยรอบ ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็เคยกล่าวทำนองว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์กับพี่น้องที่กทม. ก็ให้คนเสื้อแดงต่างจังหวัดรับฟังสัญญาณจากกรุงเทพฯ ถ้าจอมืดแสดงว่าถูกเจ้าหน้าที่ปราบปราม ก็ให้ดำเนินการทันที