มติร่วม3ฝ่าย ตั้งคทง.จัดทำหลักเกณฑ์p4pให้สอดคล้องบริบทหน่วยบริการ ออกมาตรการเยียวยาบุคลากรย้อนหลังตั้งแต่1เม.ย.-1ต.ค.56
ผู้สื่อข่าวรายงาว่า การหารือโต๊ะกลมร่วมกันของ 3 ฝ่ายเพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งในกระทรวงสาธารณสุข นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สธ. กล่าวหลังเสร็จสิ้นการหารือว่า 3 ฝ่ายมีมติร่วมให้มีการจัดตั้งคณะทำงานที่มีตัวแทนจากทุกวิชาชีพด้านสาธารณสุขเข้ามาร่วมทำงาน โดยทำหน้าที่ 2 เรื่องหลัก คือ 1.ปรับปรุงกฎระเบียบ ในข้อที่ยังเห็นไม่สอดคล้องกับบริบทของหน่วยบริการในแต่ละพื้นที่ และ2. คิดมาตรการชดเชย เยียวยาให้กับบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากการที่สถานพยาบาลที่สังกัดทำพีฟอร์พี หรือ สถานพยาบาลไม่ได้ทำพีฟอร์พีที่มีสาเหตุจากความไม่พร้อมจากการที่ส่วนกลางไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนได้ โดยการเยียวยาชดเชย ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ระบุให้มีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ แต่จะไม่ครอบคลุมบุคคลากรที่ต่อต้านการทำพีฟอร์พี
นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มแพทย์ชนบทเข้าใจตรงกันว่าการคัดค้านเกิดจากความไม่พร้อมของหน่วยบริการ ไม่ใช่การต่อต้านการทำพีฟอร์พี โดยการเยียวยาจะย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 1 ตุลาคม 2556 ในการเยียวยาจะเป็นลักษณะของการชดเชยส่วนต่างค่าตอบแทนเมื่อเทียบระหว่างเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายเดิมกับการจ่ายแบบพีฟอร์พี คาดว่าคณะทำงานจะใช้เวลาดำเนินการ 2 เดือน ทั้งนี้ ตนจะนำรายละเอียดของการหารืร่วมกันรายงานเป็นความก้าวหน้าต่อครม.ในการประชุมสัญจรที่จะถึงนี้
"ระหว่างที่คณะทำงานชุดนี้ทำงาน สถานพยาบาลที่มีความพร้อมก็เดินหน้าทำพีฟอร์พีไปตามปกติ ส่วนสถานพยาบาลที่ไม่พร้อมก็ส่งรายละเอียดมายังกระทรวงฯว่าไม่พร้อมด้วยเหตุผลใด เพื่อที่กระทรวงฯจะได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน หลังจากนั้นเมื่อกฎ ระเบียบที่มีการกำหนดโดยคณะทำงานชุดนี้แล้วเสร็จ เชื่อว่าวันที่ 1 ตุลาคม 2556 จะมีการทำพีฟอร์พีในทุกสถานพยาบาลในสังกัด จะไม่มีข้อข้องใจว่าไม่พร้อมหรือหลักเกณฑ์ไม่เหมาะสมอีก เพราะมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทแต่ละสถานพยาบาลแล้ว "นพ.ประดิษฐ กล่าว
รมว.สธ. กล่าวด้วยว่า 3 ฝ่ายยังเห็นตรงกันว่า หลักการทำพีฟอร์พีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการของประชาชน ,มีความจำเป็นที่จะต้องตรึงบุคลากรไว้ในพื้นที่ชนบท ซึ่งหนึ่งในมาตรการ คือ เรื่องเงิน ,ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างบุคลากรแต่ละวิชาชีพ และการทำพีฟอร์พีต้องหมาะสมกับบริบทการทำงานในแต่ละพื้นที่หรือระดับของหน่วยบริการ จึงต้องมีกติกากลางให้กับหน่วยงานเพื่อไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรม ส่วนหลักเกณฑ์รายละเอียดปลีกย่อยต้องมาหารือร่วมกับเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของหน่วยบริการ
นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ จ.ขอนแก่น ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า โดยภาพรวมพอใจกับการหารือครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะของคนไทยไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มแพทย์ชนบทเท่านั้น เพราะจะทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากระบบประกันสุขภาพที่ดี มีแพทย์ที่จะทำงานอยู่ในชนบท โดยจากการเจรจาในวันนี้ถือว่าหักการเป็นที่พอใจ ซึ่งหลังจากนี้จะขอรอดูรายละเอียดที่รมว.สธ.จะเสนอต่อครม. หากไม่เป็นไปตามข้อตกลงก็จะมีการชุมนุม แต่หากรัฐบาลมีความจริงใจ ทำตามข้อเรียกร้องในทุกด้านก็คงจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับรายชื่อของคณะทำงานจะเสนอตัวแทนจากเครือข่ายเพื่อความเป็นธรรมในระบบสุขภาพทั้ง 4 ฝ่าย ประกอบด้วย สหภาพแรงงานองค์การเภสัชกรรม เครือข่ายผู้ป่วย กลุ่มคนรักหลักประกัน และชมรมแพทย์ชนบท เพื่อหารือในหลักเกณฑ์การทำงานและจาการหารือในวันนี้ นพ.ประดิษฐมีความเข้าใจว่าขณะนี้โรงพยาบาลชุมชนไม่มีความพร้อมในการใช้หลักเกณฑ์การทำพีฟอร์พีตามที่กระทรวงฯกำหนด ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงฯที่จะสร้างกติกาให้โรงพยาบาลทั้งหมด อยากทำพีฟอร์พีแบบสมัครใจ ซึ่งจะเป็นงานต่อจากนี้ที่คณะทำงานจะดำเนินการร่วมกัน
"มาตรการเยียวยาต้องเป็นการใช้ประกาศหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายฉบับ 4 และ6 แพทย์ชนบทจึงจะยอมรับได้ โดยจะต้องจัดทำเป็นหลักเกณฑ์ขึ้นมาใหม่อีก 1 ฉบับ เป็นฉบับที่ 10 เพื่อกำหนดให้ระหว่างการดำเนินงานของคณะทำงานใช้การจ่ายค่าตอบแทนามฉบับ 4 และ 6 ส่วนข้อเรียกร้องที่ให้ปลดนพ.ประดิษฐออกจากรมว.สธ.ยังยืนยันข้อเรียกร้องเดิมโดยได้มอบเอกสารเหตุผลให้นายสุรนันท์เพื่อให้นายกรัฐมนตรีรับทราบเพื่อพิจารณา "นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว





