ดีเอสไอค้นโรงงานประกอบรถหรู ฟันธงทำซุปเปอร์คาร์ไม่ได้ พบแค่ซากอะไหล่ สั่งอายัดรถหรู 5 คัน และสุราต่างชาติหนีภาษี 2,000 ลัง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยผลการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุดที่เกี่ยวข้องกับรถลัมโบร์กีนี สีขาว ที่เกิดเหตุไฟไหม้ที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ประกอบด้วย บริษัท เจเอ็มดับเบิลยู ย่านลำปลาทิว , บริษัท ทีเอเอ็น เอ็กซ์เพลส ย่านลำปลาทิว , บริษัท พอใจ ออโต้คลาส ย่านโชคชัย4 และบ้านผู้ต้องสงสัยคือนางพรพิมล เคหะฐาน เจ้าของบริษัท ธรรมะ มอเตอร์ ริช จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่รับจดประกอบว่า พนักงานสอบสวนได้กระจายกำลังตรวจค้นเพื่อหาความเชื่อมโยงของรถลัมโบกินี่ที่ถูกไฟไหม้ว่าเป็นรถจดประกอบจริงหรือไม่ ซึ่งได้ข้อเท็จจริงชัดเจนว่าเป็นรถที่นำเข้ามาทั้งคัน เพราะหากเป็นการนำอะไหล่เข้ามาประกอบใหม่สถานที่ประกอบรถคงไม่มีสภาพเป็นเพียงโกดักเล็กๆ
ขณะนี้ยืนยันได้ว่าโรงงานประกอบรถยนต์แห่งนี้ไม่สามารถประกอบรถยนต์ที่มีความเร็วสูง หรือซุปเปอร์คาร์ อย่างลัมโบกินี่ได้ โดยมีสภาพเป็นเพียงโกดังเก็บซากอะไหล่ พร้อมกันนี้ พนักงานสอบสวนได้นำนางพรพิมลและนายกนกวิน แก้วทิ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท พอใจ ออโต้ฯที่เป็นผู้จำหน่ายเครื่องยนต์รถจดประกอบมาสอบปากคำในฐานะพยาน ก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาต่อไป
"ผลการตรวจค้นถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะพบว่าโกดังที่อยู่บริเวณบ้านนางพรพิมลไม่มีสภาพเป็นที่จดประกอบรถหรูได้ นอกจากนี้ยังพบเอกสารเป็นรายการสั่งซื้อรถหรูอีกหลายรายการอาทิ ลัมโบกินี่ โรสลอย เฟอรารี่ บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งดีเอสไอจะขยายผลต่อไป" อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
นายธาริต กล่าวว่า ในปฏิบัติการดังกล่าวสามารถยึดรถต้องสงสัยได้อีก 5 คัน แบ่งเป็นรถเบนซ์ 3 คัน และเบนซ์ รุ่น มายบัคอีก 2คัน รวมถึงยังพบสุราต่างประเทศยี่ห้อเรดเลเบิล แบล็กเลเบิล และบลูเลเบิล อีกจำนวนกว่า 2,000 ลัง หรือกว่า 24,000 ขวด พร้อมไวน์อีกจำนวนหนึ่ง โดยสอบถามผู้ที่เฝ้าสินค้าอ้างว่าเป็นสินค้าถูกต้องเตรียมนำส่งออกต่างประเทศแต่พบว่าอากรแสตมป์เป็นของประเทศมาเลเซีย จึงต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นสินค้าเลี่ยงภาษี





