วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คดีรถหรูส่อลามถึงส่วนราชการมีเอี่ยว

รถหรูเพลิงไหม้เสียหาย 4 คัน ส่อเป็นหนังยาว หลังพบพฤติกรรม ไม่มีการเก็บภาษี

กรณีรถยนต์นำเข้า ยี่ห้อเฟอร์รารี่ ลัมโบกินี่ เบนท์ลีย์ และบีเอ็มดับเบิ้ลยู ถูกเพลิงไหม้ ขณะอยู่ในขั้นตอนการลำเลียงจากกรุงเทพฯ ไปจ.ศรีสะเกษ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา วันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) พร้อมคณะได้เข้าพบ พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง เพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับเข้าตรวจสอบรถที่ได้รับความเสียหาย และถูกนำมาจอดไว้ในโรงจอดรถของ สภ.และจอดอยู่กลางแจ้งหน้า สภ.เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายเข้าไปเก็บได้ ส่วนอีก 2 คัน คือรถเบนซ์สีขาว และรถเบนท์เลย์สีดำ ที่ยังอยู่บนรถเทรลเลอร์ยัง ไม่มีการตรวจสอบแต่อย่างใด

โดยประเด็นที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ ให้ความสนใจก็คือ ตรวจสอบว่ารถทั้ง 6 คัน เป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา ดีเอสไอ ได้ติดตามการนำเข้ารถหรูประเภทนำเข้าทั้งคัน และนำเข้าเป็นชิ้นส่วน พบว่าไม่มีการนำมาดำเนินการตามขั้นตอน กล่าวคือ ไม่มีการเก็บภาษีที่ควรจะเป็น ทั้งภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีของกรมการขนส่งทางบก และยังทราบอีกว่านำมาจดทะเบียนเป็นประเภทรถจดประกอบ คือนำมาเป็นชิ้นส่วนแล้วก็นำรถที่นำเข้าทั้งคันมาสวมเลขตัวรถ แล้วก็นำออกไปจดทะเบียนตามเขตชานเมืองของกรุงเทพฯ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการนำเข้ารถทั้งคันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีการนำไปดำเนินการตามขั้นตอน และรถเหล่านี้หายไปอย่างไร้ร่องรอยในที่สุด

ขณะเดียวกันจาการตรวจสอบ รถลัมโบกินี่ รุ่นกัลลาร์โด สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ถ-3278 กทม.ที่มีการนำแผ่นอลูมิเนียมตอกหมายเลขตัวรถใหม่มาปิดทับของเดิม โดยหมายเลขตัวรถใหม่คือ ZHWGE 12 T 98 LA 06056 ส่วนหมายเลขตัวรถเดิมที่ติดมากับรถคือ ZHWBE 37 S 07 LA 02560 ซึ่งหมายเลขของตัวรถเดิมเลขนี้ ตรงกับเอกสารที่ ดีเอสไอ ติดตามอยู่ว่า เป็นรถลัมโบกินี่ สีขาว ที่มีบุคคลนำเข้ามาช่วงเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมาจำนวน 3 คัน แต่ยังไม่นำไปดำเนินการตามขั้นตอนก็พบว่านำเลขตัวรถเลขอื่นมาปิดทับ

หลังจากได้ข้อมูลหลักฐานแล้วจะนำกลับไปรายงานให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งถ้ารับก็จะได้ดำเนินการไปทั้งระบบ ตั้งแต่การนำเข้ามา ทั้งประเภทเป็นคัน และเป็นชิ้นส่วน แล้วนำไปจดทะเบียน และมีที่ใดบ้างที่ได้จดทะเบียนไปแล้ว ซึ่งทราบว่าจดทะเบียนไปแล้วเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้ารับเป็นคดีพิเศษก็จะต้องตรวจสอบว่าที่ดำเนินการไปแล้วถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะตามกระบวนการแล้วมีหลายหน่วยงานที่การดำเนินการมีช่องโหว่ให้เกิดการหาประโยชน์

รายงานข่าวแจ้งว่าวานนีี้ ( 2 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่จากพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้ไปร่วมตรวจสอบรถ ร่วมกับคณะของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมา ซึ่งมาตรวจอยู่ก่อนแล้วหลังเกิดเหตุ โดยตรวจอย่างละเอียดของรถแต่ละคัน